Touhou Fanfic : 暗黒の巫女 : คนทรงรัตติกาล

 

บทแห่งฝันร้าย ตอนที่ 3 : ดอกไม้วิญญาณที่ร่วงโรย

 

เดือน 11 วันที่ 27
20 นาฬิกา 50 นาที

 

ณ ฮาคุเกียโรว เรือนไม้โบราณชั้นเดียวที่มีสวนกว้างใหญ่ล้อมปกคลุม มีบุคคลสองคนกำลังสนทนากัน ในห้องนอนขนาดสี่เสื่อของตำหนัก

“วันนี้อาหารเย็นเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?” ไซเกียวจิ ยูยูโกะ หญิงสาวผมสั้นหยิกสีชมพูในชุดกิโมโนสีฟ้าคอปกบานสีขาวกำลังสวมชุดยูกาตะสีเขียวเข้มให้เด็กสาวผมสั้นสีขาวที่ตัวเล็กกว่าตนและกำลังขยับตัวไปมาจนสวมชุดให้ลำบาก

“อร่อยมากเลยค่ะ หนูไม่เคยทานอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย” เด็กสาวตอบ อาหารเย็นที่เธอได้รับประทานเสร็จในเวลาสิบแปดนาฬิกา คือ ชุดข้าวต้มน้ำซุปแกงกะหรี่กับซาชิมิโทโระย่างไฟ ที่ยูยูโกะพยายามปรุงให้ดีที่สุด เพื่อเด็กสาวที่ตอนนี้ร่างกายไม่แข็งแรง

“วันหลัง ทำให้หนูทานตลอดได้รึเปล่าคะ?”

ดวงตาสีน้ำเงินไร้เดียงสาจ้องริมฝีปากของหญิงสาวที่ค่อยยิ้มขึ้น

“ได้สิจ๊ะ แต่รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ก่อนนะ ส่วนตอนนี้ ไปนอนได้แล้ว”

ยูยูโกะอุ้มเด็กสาวนั่งคุกเข่าวางนอนลงบนฟูกห่มผ้านวมคลุมถึงต้นคอ เธอลูบศีรษะเด็กสาวเบา ๆ ที่ยิ้มหลับตาแก้มแดงเหมือนลูกแมวตัวน้อย

“ราตรีสวัสดิ์นะ โยวมุ” ยูยูโกะละมือออกจากศีรษะ เด็กสาวลืมตายิ้มแป้นเอ่ยเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุข


“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณแม่”
.
.
.
.
.
.
.
ดวงตาเล็กหลับลง เสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะ เมื่อเห็นลูกน้อยหลับสนิทแล้ว ยูยูโกะจึงลุกขึ้นลอยตัวต่ำออกจากห้องอย่างเงียบ  ๆ เธอหันกลับมามองยิ้มให้โยวมุที่กำลังหลับเล็กน้อย ก่อนเลื่อนประตูบานพับปิดลง


 “ผ่านไปอีกวันแล้วเหรอ...”

ยูยูโกะพึมพำหลังจากพาตัวเองลอยมาถึงสวนหินเซนกว้างรูปตัว“โคะ”( コ) กลางเรือน เธอนั่งลงบนทางเดินห้อยขาหยิบไดฟุคุสตอร์เบอร์รี่ในจานที่วางทิ้งไว้นานแล้วรับประทานและดื่มชาเขียวตาม ลมหายใจไร้ชีวิตที่ผ่อนออกหลังจากดื่มเครื่องดื่มปลดปล่อยความเครียดออกมา แต่ไม่ทั้งหมด เพราะเธอเอนศีรษะพิงเสามองด้านหน้าอย่างเลื่อนลอยหลังวางถ้วยชา


วันนี้...ความทรงจำของโยวมุ...ก็ยังไม่กลับมา...
.
.
.
วันพรุ่งนี้...เมื่อโยวมุตื่น...ความทรงจำจะกลับมาหรือเปล่า...จะเรียกเราว่า ท่านยูยูโกะ หรือเปล่า...
.
.
.
...ถ้าเป็นอย่างที่เราคิด...ก็ดีสิ...

 

-------------------------------

 

หลังจากยูยูโกะกับโยวมุเสียท่าให้กับเรย์มุในวันฟ้าทมิฬ อายะได้นำทั้งสองกลับเมย์ไคตามคำสั่งกึ่งขอร้องของมิมะ และทำการดูแลรักษาอาการของทั้งสองเพราะในฮาคุเกียโรวไม่มีใครอื่นอาศัยเลย นอกจากสองคนนี้เท่านั้น ทำให้เธอต้องวนเวียนไปมาระหว่างเกนโซวเคียวกับเมย์ไคตลอดเวลา

ยูยูโกะฟื้นเป็นคนแรกหลังจากผ่านไปหนึ่งวัน เนื่องจากร่างกายของเธอไม่ใช่กายหยาบและมีบาดแผลที่กลางอกเท่านั้น ทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว แต่สำหรับโยวมุนั้น...สาหัสมากกว่านัก...

เพราะถูกเขตแดนแผดเผาทั้งร่าง ทำให้ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า แม้รู้ว่าเป็นเช่นนั้น แต่ความกังวลของยูยูโกะก็เพิ่มมากขึ้น เพราะในตอนนั้น เธอควบคุมความแค้นที่เรย์มุฆ่ายูคาริไม่ได้ เลยทำให้ตัวเองบาดเจ็บ และทำให้คนรับใช้พลอยเดือดร้อนจนถึงชีวิตด้วย


จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ โยวมุได้ลืมตาตื่นขึ้น ยูยูโกะโผกอดคนสวนสาวด้วยความดีใจ ส่วนอายะโล่งใจทันทีที่รู้ว่าตนไม่ต้องวนกลับมาที่นี่บ่อยอีกแล้ว...


แต่สิ่งที่เปล่งออกจากริมฝีปากคนสวนสาว ทำให้หัวใจที่เปราะบางในตอนแรกของยูยูโกะแตกสลาย


“คุณแม่...เหรอคะ?”


ยิ่งนึกถึงวันนั้น ก็ยิ่งเศร้าใจ แม้ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ เรื่องทำความสะอาดสวนหลายร้อยโยชน์นั้น ไม่หนักหนาสาหัสเท่าไหร่ เพราะในสวนมีเหล่ายูวเรย์วนเวียนอยู่ และงานในบ้าน เธอก็สามารถจัดการด้วยตัวคนเดียวได้


แต่ต่อจากนี้...เธอจะทำอย่างไรกับโยวมุดี...ควรจะปฏิบัติกับเขาในสิ่งที่เขาเรียกตลอดไปงั้นเหรอ แม้จะเธอชอบที่โยวมุเรียกตาม แต่กลับรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไป


ในห่วงที่ไร้ซึ่งกำลังใจ เสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นจากฟากฟ้า  

 “สวัสดียามเย็นคะ คุณยูยูโกะ”

สายลมเย็นพัดผ่านสวนหิน คาราสึเทนกุสาวนาม ชาเมย์มารุ อายะ ตีปีกร่อนลงสู่พื้นยืนตรงเบื้องหน้ายูยูโกะ เธอสวมชุดคอปกแขนสั้นสีขาวพันผ้าพันคอกันหนาวสีน้ำตาลไหม้ สวมหมวกของเทงกุสีแดง ผูกเนคไทเป็นโบว์หัวห้อยลงสีดำ ท่อนล่างสวมกระโปรงสั้นสีดำระบายสีขาว และรองเท้านักเรียนหญิงที่ทำพื้นรองเท้าแบบส้นสูงสีแดง

“เจ้าเองเหรอ วันนี้มาช้าจังเลยนะ อายะ” ยูยูโกะเอ่ยเสียงเรียบกลับสู่อิริยาบทปกติ โบกแขนซ้ายตั้งฉากกับตัวเชิญชวนให้อายะนั่ง

“เผอิญวันนี้ ดิฉันมีธุระ เลยไม่ได้มาช่วยทำงานบ้านให้น่ะค่ะ คงไม่ทำให้คุณลำบากนะคะ” อายะหมุนตัวหนึ่งรอบกระโดดนั่งลง

“ไม่ลำบากหรอก” ยูยูโกะยิ้มส่ายหน้า “ได้ออกแรงบ้างก็ดีเหมือนกัน แถมเด็กคนนั้นก็ถูกใจอาหารที่ข้าทำซะด้วยสิ” เธอยืดแขนสอดนิ้วดึงเส้นทำท่าปวดเมื่อยแขน อายะหันมาสนใจกับท่าทางนั้น

“เห~ อย่างงั้นเหรอคะ~” 

อายะหยิบไดฟุคุกินครึ่งชิ้นและกินอีกครึ่งตามเงยหน้ามองเบื้องหน้า สวนที่มีเพียงหินก้อนใหญ่ปลายโค้งสูงประมาณสองเมตรครึ่งห้าก้อนตั้งกระจาย ทำให้จิตใจของเธอปลอดโปร่งและสงบทันที สัมผัสได้สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านใบหน้า แน่นอนว่าสิ่งนี้ ทำให้จิตใจของยูยูโกะในตอนนี้สงบเช่นกัน


และในเวลากับบรรยากาศเช่นนี้...ค่อนข้างเหมาะสมมาก ที่จะถามเรื่องนั้น...


“คุณยูยูโกะคะ...ดิฉันขอเสียมารยาทถามคำถามนี้หน่อยนะคะ...” อายะก้มหน้าเหมือนกำลังสำนึกผิดในสิ่งที่ตนกำลังจะถาม


“ตกลงว่า...ไม่สำเร็จจริง ๆ สินะคะ เรื่องความทรงจำของคุณโยวมุน่ะ...”
.
.
ยูยูโกะซึมเล็กน้อย เธอสั่นศีรษะหนึ่งครั้ง ขึ้นคำตอบ


“อืม ข้าลองทุกอย่างแล้วล่ะ ทั้งหยิบโรวคังเคนกับฮาคุโรวเคนให้เค้าสัมผัสหรือแกล้งทำให้เค้าลื่นล้ม...แต่ก็เหมือนเดิม...ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย...”

“น่าเสียดายจริงค่ะ...แต่คุณก็รู้สึกดีเหมือนกันมิใช่เหรอคะ ที่อยากได้คนสวนน่ารักไร้เดียงสาอย่างนี้น่ะคะ” อายะพยายามพูดถึงข้อดี แต่เป็นข้อดีที่ไม่ช่วยทำให้ยูยูโกะรู้สึกดีขึ้นเลย
 
“ก็จริงน่ะนะ...ก็น่ารักดี...แต่...” ยูยูโกะเอานิ้วชี้ขวาเขี่ยพื้นไม้ไปมา


“นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการนี่นา...”


ความเงียบปกคลุมได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่าน ยูยูโกะหยิบชาขึ้นมาดื่มอีกครั้ง เธอวางแก้วลงรินชาแล้วดื่มอีกครั้ง จากสองถ้วย กลายเป็นสามและสี่ตามลำดับ จนชาในกาน้ำชาหมด ยูยูโกะมองหยดน้ำที่ร่วงจากปากถ้วยชา ก่อนวางมันลงเสียงดังเช็ดปากด้วยแขนเสื้อปาดเหมือนคนเมา สร้างความกลัวเล็กน้อยให้คนนั่งข้างเธอ


“โยวมุคนนี้น่ะ น่ารักมาก ไร้เดียงสา ไฝ่รู้ถามเรื่องที่ไม่เข้าใจ เชื่อฟังทุกอย่าง ไม่มีอะไรให้รังเกียจเลย...แต่ว่านะ...ข้าเอง...ก็ชอบเด็กน้อย ที่เอาจริงเอาจังกับงาน สงบเสงี่ยม คอยดูแลปกป้องสถานที่แห่งนี้และติดตามข้าตลอดเวลาเหมือนกัน แม้จะเจออุปสรรคขวางกั้นมากเพียงใด ก็จะฝ่าฝันไปตลอด...นี่แหละ คอนปาคุ โยวมุ คนสวนครึ่งมนุษย์ครึ่งวิญญาณที่ข้ารู้จัก...ตอนนี้...เด็กคนนั้นไม่อยู่อีกแล้ว แต่ข้าก็ต้องดูแลลูกสาวคนนี้ แม้จะเป็นความสัมพันธ์ที่เข้าใจผิดก็เถอะ แต่ข้าก็ต้องปกป้องโยวมุที่บอบบางนี้จากภัยอันตราย”


น้ำเสียงอันเศร้าสร้อย คอที่ก้มตกชวนเกิดบรรยากาศหดหู่ อายะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำผิดมากขึ้น สิ่งที่ถามและพูดไปทำให้ยูยูโกะตกอยู่ในห้วงความเศร้ามากขึ้น แต่เพื่อความแน่ชัดแล้ว เธอจำเป็นต้องถามอีกคำถามหนึ่ง แม้เรื่องที่ผ่านมาจะเป็นการทำร้ายจิตใจจนไม่สามารถตอบอย่างมีสติได้แล้ว


“...หมายความว่า...คุณจะถอนตัวเรื่องเรย์มุเหรอคะ?”


คำถามสุดท้ายเปล่งออกมา สีหน้าของยูยูโกะแลเศร้าก้มหน้าเงยขึ้นผมบังตาเล็กน้อย ด้านหลังของเส้นผมที่คลุมมีตาสีน้ำตาลแดงไร้สีดำ


“ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นแหละ...ในตอนนี้น่ะนะ...”


อายะมองยูยูโกะแล้วพาลเศร้าตาม เธอเข้าใจถึงความรู้สึกของคนที่สูญเสียสิ่งสำคัญไปเป็นอย่างดี เพราะไม่นานนี้ เธอเกือบเสียคนรู้จักคนหนึ่งไปในเหตุการณ์วันฟ้าทมิฬ แต่หากยูยูโกะถอนตัวจากการหยุดยั้งมิโกะสีดำในตอนนี้แล้ว จะไม่มีใครเป็นผู้นำการหยุดยั้งเหตุวิปลาศที่จะเกิดขึ้นในอีกสี่เดือนถัดไปได้ เพราะผู้ที่มีความสามารถสูงอย่างยูคาริถูกเรย์มุสังหารไปแล้ว เหล่าผู้ที่เก่งกาจคนอื่นก็ถูกเรย์มุควบคุมไปเสียแล้วสี่คน เจ้าของโรงเตี๊ยมนิรันดร์ โฮวไรซัน คางุยะก็ไม่สามารถออกนอกสถานที่ได้ และจะรบกวนเทพเจ้าประจำหุบเขาโยวไค ยาซากะ คานาโกะ แห่งศาลเจ้าโมริยะ ก็ไม่ได้ เพราะจะให้เทพเจ้าออกจากสถานที่ ๆ คาดว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักการโจมตีของเรย์มุไม่ได้เสียด้วย


หากความทรงจำโยวมุกลับคืนมา ยูยูโกะคงกลับมาร่วมมืออีกครั้ง แต่ถ้ากระตุ้นให้ความทรงจำกลับมาอย่างเร่งด่วน อาจทำให้ความทรงจำเปลี่ยนไปแบบไม่ใช่นิสัยเดิมก็เป็นได้... 
.
จะทำอย่างไรดี...ถึงมีเวลาเพียงพอในการวางแผน แต่ถ้าไม่คิดแผนล่วงหน้าก่อน เมื่อถึงเวลา...อาจจะสายเกินแก้เป็นอย่างแน่...
.
.
.
ตูม!!


เสียงเหมือนระเบิดลูกใหญ่หนึ่งลูกร่วงลงพื้นแล้วเงียบไป ดึงยูยูโกะออกจากภวังค์ความเศร้ากับเรียกอายะให้เงยหน้าขึ้น ควันสีขาวขุ่นลอยขึ้นเป็นเส้นยาวตัดกับท้องฟ้าอันมืดมิดบริเวณใจกลางสวน ยูยูโกะเห็นเช่นนั้น จึงหันไปหาอายะ ขยับริมฝีปากไม่เปล่งเสียงส่งสายตาที่เยือกเย็นกับพยักหน้า อายะพยักหน้ารับทราบถึงสิ่งที่ยูยูโกะสื่อถึง และทะยานขึ้นฟ้าไปพร้อมกัน

ยูยูโกะบินเอื่อย ๆ นำหน้า ถัดด้วย อายะที่บินห่างเล็กน้อยเป็นการให้เกียรติต่อราชินีโลกวิญญาณ ทั้งสองต่างมีความกังวลเหมือนกัน

เกิดอะไรขึ้น...ในสวนนั้น

 

-------------------------------

 

เมื่อมาถึงสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นลานกว้างพื้นกระเบื้องใจกลางสวนที่มีไซเกียวอายาคาชิ ต้นไม้ภูติที่ไม่มีวันผลิบานปลูกกลางลานใหญ่เพียงต้นเดียว พวกเธอก็ไม่พบอะไร อายะเดินสำรวจรอบลานกว้างรอบหนึ่งเพื่อความมั่นใจ ซึ่งเธอไม่พบสิ่งที่ผิดปกติเลย ยูยูโกะกวาดสายตาลอยมองหลังต้นไม้ที่ล้อมรอบลานกว้างเผื่อ แต่ก็ไม่พบอะไรเช่นกัน


น่าแปลกจริง ก็เห็นควันลอยมาจากตรงนี้นี่นา แล้วทำไมถึงไม่มีใครอยู่ล่ะ...


จนกระทั่งเมื่อสำรวจโดยรอบเสร็จ จึงเหลือเพียงบริเวณไซเกียวอายาคาชิเท่านั้น ซึ่งความเป็นไปได้ในการเจอเป้าหมายต่ำมาก แต่พวกเธอต้องสำรวจไว้ก่อน อาจพบสิ่งไม่คาดคิดได้


และเมื่อพวกเธอเดินถึงไซเกียวอายาคาชิ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างหลัง


“ในที่สุดก็มาจนได้ รอให้เบื่อเลยนะ”

เด็กสาวคนหนึ่งเดินออกจากพุ่มไม้ในความมืด เธอมีผมสีน้ำตาลยาวถึงเข่ามัดปลายผมด้วยโซ่ ดวงตาสีส้มเจือดำอันมืดมน ส่วนสูงที่ประเมิณทางสายตาได้ว่ามีความใกล้เคียงกับอายะ สวมเสื้อแขนยาวคลุมมือสีครีมเทาและกระโปรงบานยาวสีม่วงลายโค้งสีเหลือง มีหน้ากากเหล็กยักษ์แดงเขาเดียวลอยเหนือไหล่ทั้งสองข้างและมีขวานไม้ด้ามยาวคมสีเงินใหญ่ลอยเหนือด้านหลังอีกอย่างหนึ่ง ยูยูโกะแปลกใจกับการปรากฏตัวของเธอคนนี้และแปลกใจที่ตัวเองพลาดสำรวจบริเวณที่เด็กสาวออกมาได้อย่างไร อายะรู้สึกคุ้นเคยเด็กคนนี้อย่างน่าประหลาดราวกับว่า เคยพบคุยกันมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร

ก่อนจะสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งบนศีรษะของเด็กคนนั้น...เขาสีน้ำตาลหงิกงอคล้ายเขากวางคู่ประดับ...


“นั่นมัน...คุณซุยกะ!”

อายะอุทานเอามือปิดปากที่หยุดหุบไม่อยู่ ยูยูโกะเห็นท่าทางของอายะก็แปลกใจ คนที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอ คือยักษ์ตัวน้อยชอบดื่มสาเกกับชอบเล่นดันมาคุเป็นงานอดิเรกหรือ แล้วทำไมร่างกายถึงสูงขึ้น น้ำเต้าอิบุกิอุปกรณ์สำคัญของซุยกะหายไปไหน แต่มีขวานเล่มใหญ่ติดตัวแทน


และสิ่งสำคัญ ทำไมถึงมาที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ ซึ่งสังเกตจากสายตาที่ขวางแล้ว คงไม่ใช่มาคุยเล่นดื่มเหล้าสาเกชมราตรีด้วยกันแน่


“เธอสินะ ราชินีแห่งโลกวิญญาณและเจ้าของฮาคุเกียโรว ไซเกียวจิ ยูยูโกะ” ซุยกะชี้ตรงไปที่ยูยูโกะและเลื่อนชี้ไปที่อายะ “แล้วนั่น ใช่คนสวนครึ่งมนุษย์ครึ่งวิญญาณ คอนปาคุ โยวมุ หรือเปล่า...ผิดกับที่เคยได้ยินมากเลยนะเนี่ย...”

“เธอผู้นี้คือนักข่าวประจำหนังสือพิมพ์บุนบุนมารุ ชาเมย์มารุ อายะ จ๊ะ” ยูยูโกะเดินออกสะบัดแขนขวาตั้งฉากบังหน้าอายะ “ตอนนี้โยวมุกำลังพักผ่อนอยู่ ไม่ทราบว่า เจ้ามีธุระอะไรเหรอ?”


เพราะความจำที่ไม่ได้เรื่องของซุยกะ เมื่อได้ยินจบประโยคแล้ว เธอก็หัวเราะลั่น สร้างความแปลกใจให้ทั้งสองที่ยืนอยู่ ก่อนตบท้องตัวเองสองครั้งให้หยุดหัวเราะ


“หืม~ ธุระเหรอ ฉันขอพูดตรง ๆ เลยละกันนะ”

ซุยกะสะบัดแขนขวาเข้าหมุนตัวหนึ่งในสี่รอบหันกลับมาชี้ไปที่ยูยูโกะอีกครั้ง ประกาศถึงสิ่งที่ตนคิด


“ฉันจะฆ่าเธอ ไซเกียวจิ ยูยูโกะ...และแน่นอน ชีวิตของคอนปาคุ โยวมุกับชาเมย์มารุ อายะก็ต้องถูกปลิดชีพในที่แห่งนี้เหมือนกัน”


สายลมพัดใบไม้แห้งพัดผ่านทางเดินระหว่างซุยกะกับหนึ่งวิญญาณที่อยู่ข้างเทนกุ อายะก้มจับข้อมือซ้ายที่ปล่อยราบกับตัวที่สั่นอย่างน่าประหลาด เธอเงยหน้าขึ้นมองและต้องตกใจเห็นสิ่งหนึ่ง


เงาดำใต้ฝ่าเท้าซุยกะยืดแผ่เป็นเส้นแบนออกไปทางหลังห้าเส้น เงาพวกนั้นยืดขึ้นจากพื้นหล่อหลอมเป็นเงาเดียวกันปลดปล่อยกระจายออกเป็นไอควันไปหาเหล่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้า  ตาของอายะเบิกกว้างสั่นเซถอยหลังทรุดนั่งกับพื้นทันทีที่ไอเหล่านั้นผ่านรอบตัวเธอไป ในช่วงของการสืบหาข้อมูลเหตุการณ์วันฟ้าทมิฬในเกนโซวเคียวนั้นมีบุคคลผู้หนึ่งที่เคยเผชิญหน้ากับมิโกะรัตติกาลมาก่อนได้บอกกับเธอว่า ออร่าที่เรย์มุปลดปล่อยออกมา จะทำให้ผู้ที่เห็นเป็นอัมพาตชั่วคราวเพราะถูกความกลัวปกคลุม นอกจากนี้ ยังบอกข้อสันนิษฐานข้อหนึ่งว่า คนที่ถูกเรย์มุควบคุมคาดว่าจะได้รับออร่าเช่นเดียวกัน แต่ความเข้มข้นของออร่าเจือจางกว่าและสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้


อายะทราบถึงเรื่องนั้นดี แต่ไม่คิดว่า มันจะรุนแรงถึงเพียงนี้...การที่ซุยกะปลดปล่อยไอออร่านี้ได้ หมายความว่าซุยกะในตอนนี้กลายเป็นพวกของเรย์มุไปเสียแล้ว และถึงจะเป็นระดับลูกน้อง แต่สามารถทำให้เธอตัวสั่นได้ ถ้าได้เผชิญหน้ากับเรย์มุแล้ว เธอจะเป็นอย่างไร...


นี่หรือ...ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับของทุกคนที่เคยเผชิญหน้ากับเรย์มุ แต่ไม่สามารถแสดงออกได้...


“ดูถ้าตอนนี้ ข้าจะถอนตัวไม่ได้เสียแล้วสินะ...” เสียงของยูยูโกะดังดึงสติอายะออกจากความกลัว เธอถอยหายใจเดินออกไปข้างหน้าพร้อมกับสะบัดแขน พัดสีดำสนิทไหลออกจากแขนเสื้อขวากางออก อายะเห็นเช่นนั้นตกใจลุขึ้นไปหายูยูโกะ

“จะให้ดิฉันช่วยไหมคะ?”

“ไม่ต้องหรอกจ๊ะ” ยูยูโกะยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นถึงปีศาจร้าย “ในเมื่อแขกมาเยือนทั้งที ข้าต้องต้อนรับเขาอย่างดี ไม่ให้มีอะไรตกหล่นหรือไม่ทำให้เค้าไม่พอใจ และที่สำคัญ ข้าต้องรีบจัดการให้จบ ไม่งั้นลูกสาวสุดรักจะตกใจตื่นน่ะสิ”


เมื่อจบประโยค ประสาท, อารมณ์ขันกับความสนใจของยักษ์สาวก็กระตุ้นให้เธอเอนคอฉีกยิ้มเห็นฟันเขี้ยวเหมือนตัวตลกแสนบ้าคลั่ง


“เห~ พูดได้ไม่เลวนี่นา ไม่รู้นะเนี่ยว่าเธอมีลูกด้วย ถ้างั้น ช่วยทำให้ฉันสนุกหน่อยเหมือนกับคำพูดแสนหวานนี้ด้วยละกัน”
 
ซุยกะฉีกยิ้มกว้างขึ้น และหยิบขวานสะบัดควงเหนือศีรษะหนึ่งรอบชี้ไปที่ยูยูโกะ


“และจงเตรียมใจกลายเป็นเถ้าถ่านไปซะ!”


-------------------------------

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เล็ก ๆ น้อย ๆ จากผู้แต่ง : สำหรับตอนนี้ ความยาวค่อนข้างน้อย แต่เสียเวลาแต่งใหม่ในช่วงแรกมาก เพราะในส่วนของความลำบากใจตัวละครอื่นนอกจากมาริสะ จะเปลี่ยนเนื้อเรื่องใหม่จากต้นฉบับเดิมเกือบหมด เช่นตอนนี้ เดิมทีจะเป็นโยวมุที่กลุ้มใจ แต่ในนี้เปลี่ยนเป็นยูยูโกะแทน (ต้นฉบับเดิมเหมือนไม่โดนใจตัวเองยังไงก็ไม่รู้ สงสัยเพราะรีบเขียนเร็วเกินด้วยแน่เลย)

ช่วงนี้อาจลงช้าหน่อยนะครับ เพราะมรสุมคันจิกับไวยากรณ์มาเป็นชุด แถมตอนนี้ผมก็กำลังติดอุมิเนโกะซะด้วยสิ (อ่านบทงานเลี้ยงแม่มดทองคำแล้ว เอวา แบทริช โหดจริง ๆ แถมโลลิอีกตะหาก บันไซ!!)

ว่าง ๆ ลองแกะตัวหนังสือใน Tips ของอุมิเนโกะบ้างดีไหมเนี่ย (แล้วฟิคล่ะเฮ้ย!!)

#1 By kura on 2008-09-13 00:26

อยากอ่านตอนต่อไปอะ

#2 By pathom95 on 2008-09-28 22:42

รอประมาณ 2 สัปดาห์ครับ
เผอิญต้องเตรียมสอบปลายภาคที่มหา'ลัย(เพราะเปิดช้าเลยต้องสอบช้ากว่าที่อื่น) แถมช่วงเวลาหยุดมีเพียงสัปดาห์ครึ่ง

แต่ก็จะลงทีเดียวหลายตอนได้ในช่วงนั้นน่ะครับ

#3 By kura on 2008-09-30 21:08

อ่อ นานจังคัฟ

#4 By pathom95 on 2008-10-21 22:54

ว่าแต่เรียนมหาลัยใหนหรองัฟ

#5 By pathom95 on 2008-10-21 22:55

รอมานาน ฮู้~ฮู~เย้~

#6 By pathom95 on 2008-11-13 01:13

เย้~เย~ฮู้~ฮู~ ตอนใหม่ยังไม่มาอีก
นานคอดๆ

#7 By pathom95 on 2008-12-02 20:15