ประกาศดองบล็อกครับ

posted on 21 Jun 2010 23:31 by ankokukai

เนื่องจากช่วงนี้เครียดติดงานในมหา'ลัย เลยต้องของดลงฟิคAnkoku no Miko ชั่วคราว (อาทิตย์นึงแปลงานญี่ปุ่นส่งอย่างน้อย 2 เรื่อง+งานอื่น เชรี่ยมจริง ๆ)

 

ต้องขออภัยที่ไม่สามารถลงฟิคเดือนละตอนได้ ช่วงปีที่ผ่านมา การใช้ภาษาผมเพี้ยนมาก พยายามกู้ส่วนดีกลับมาอยู่ OTL 

 

ปล.1 : ร่างตัวละครในMAiGเยอะจนพูดกับตัวเอง "ทำไมตูไม่แต่งออริฯของตัวเองเลยวะ"OTL

ปล.2 : อยากกุโระใส่คนอื่น

Touhou Fanfic : 暗黒の巫女 : คนทรงรัตติกาล

 

 

บทแห่งฝันร้าย ตอนที่ 5 : ขุมนรกในห้องสมุด

 

 

ท้องฟ้าสีแดงเลือด หมู่เมฆสีเทาเกือบดำทมิฬ เสียงฟ้าร้องครืนกึกก้อง สายฟ้าแลบสีแดงชาดผ่าลงผืนดินที่แตกแห้ง ไร้ซึ่งความชุ่มชื้นจากผืนน้ำ เหล่าต้นไม้พงไพรไหม้เกรียมเหี่ยวแห้งไร้ใบ เหลือแต่กิ่งก้านหงิกงอดั่งโลกที่ล่มสลาย หญิงสาวผมสีทองในชุดกระโปรงสีดำผ้ากันเปื้อนสีขาวยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพอันโหดร้ายนี้ มองทิวทิศน์รอบตัวด้วยความแปลกใจ

 

นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น...ทำไมเรามาอยู่ที่นี่ได้...

 

หญิงสาวขยี้ตากวาดสายตามองรอบตัว ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่นอกจากเธอ สภาพบรรยากาศโหดร้ายที่เห็นนี้ ทำให้เธอกุมขมับตกใจมาก    

 

เพราะเหตุนี้ เธอจึงเริ่มหวาดกลัว ออกตามหาผู้เหลือรอด

 

 ...ทุกฝีก้าวที่เธอย่าง มีเสียงดังกรอบเหมือนเสียงกิ่งไม้เล็กถูกเหยียบหัก...เธอก้มมองพื้นใต้ฝ่าเท้าทุกครั้ง พบเพียงรอยแตกแห้งของดิน จึงเลิกสนใจและเดินต่อ แต่ยังมีความกังวลเหลืออยู่ 

 

สายลมเย็นแตะร่างอันบอบบางเบา ๆ เพิ่มความหนาวเหน็บและความวังเวงในใจของหญิงสาว เธอมองรอบตัวหาได้ซักพักหนึ่ง เธอก็ต้องหยุดเดิน เมื่อเห็นหญิงสาวอีกคนหนึ่ง กำลังยืนเอียงคออยู่เบื้องหน้า

 

 ...เธอคนนี้ ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเพื่อนสนิทที่เธอชอบรบกวนเป็นประจำ...ฮาคุเรย์ เรย์มุ...  

 

เรย์มุ? หญิงสาวทักสาวคนนั้น...ผมสีม่วงยาวสลวยผูกโบว์หูกระต่าย ตาสีแดงที่เบิกตาขาวกว้างกับริมฝีปากที่ฉีกแสยะยิ้มกว้างคล้ายคนจิตไม่สมประกอบกลั้นความปลื้มปิติไม่อยู่ หญิงสาวเห็นท่าทางของและกลัว 

 

ในที่สุด มาริสะของฉัน...ก็กลับมาแล้ว... 

 

เสียงหัวเราะดังเล็กดังน้อย หญิงสาวไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เพื่อนของเธอพูดนั้นหมายถึงอะไร...ซึ่งเรย์มุเห็นสีหน้าไม่เข้าใจของเธอคนนั้น จึงชี้นิ้วไปยังพื้นให้หญิงสาวก้มมองตาม...

 

 ทันใดนั้น...มาริสะก็ถึงกับเบิกตากว้าง...

 

เพราะใต้เท้าของเธอ...มีอลิส...กำลังนอนไร้วิญญาณดวงตาเบิกกว้าง...และส่วนที่เธอเพิ่งเหยียบไป...คือส่วนลำคอของเจ้าหล่อนที่หักเอียงไปทางขวา...

 

ทำไม...นี่ฉันทำไมถึง?... มาริสะตัวสั่นกวาดสายตามองรอบพื้น และยิ่งตกใจมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่อลิสเท่านั้น แต่บนพื้น...ใต้เท้าของเธอ...ยังมีพาชูลี่, ซาคุยะ, โยวมุ, เรมิเลีย...และคนอื่นที่เธอรู้จัก...กำลังนอนในสภาพเดียวกับอลิสคือ...ไม่มีลมหายใจ...แม้กระทั่งผู้เป็นนิรันดร์อย่างโมโควกับคางุยะยังนอนแน่นิ่งไม่ฟื้นขึ้นมาอีก... 

 

นี่เธอ...ฆ่าทุกคนเหรอ... 

 

ไม่ใช่ฉันหรอก เรย์มุยิ้มเยาะ ดูที่มือเธอสิ 

 

มาริสะก้มมองตามเสียง...ฝ่ามือทั้งสองของเธอ...เต็มไปด้วยคราบเลือดที่ชโลมไม่เหลือที่ว่างของสีเนื้อ...สีแดงเข้มไหลหยดลงพื้นทีละหยด บอกได้ว่าเพิ่งมีพวกมันติดมาได้ไม่กี่วินาที... 

 

เพียงเท่านี้ มาริสะก็เข้าใจทั้งหมด... 

...ไม่เพียงเธอกำลังเหยียบซากศพของเพื่อนคนสำคัญเท่านั้น...แต่เธอ...ยังเป็นคนสังหารพวกเขาจนหมดสิ้น... 

 

----------------------------

 

 ว้ากกกกกกกกกก!!!! 

 

 

เสียงกรีดร้องลั่น มาริสะตื่นพรวดจากนิทรา ลมหายใจเข้าออกเร็ว มือขวาจับอกข้างซ้ายหัวใจเต้นรัว ตาเบิกกว้างตกใจ เธอยกมือทั้งสองขึ้นดู...ไม่มีสิ่งใดเปรอะเปื้อนติดอยู่...

 

 

เมื่อซักครู่นี้คือความฝันงั้นหรือ? บรรยากาศกับรอยเลือดที่ติดบนมือ ทุกอย่าง...มันสมจริงเหลือเกิน...ราวกับไม่ใช่ความฝันเลย...

 

แต่เมื่อคิดได้ว่าเป็นเพียงความฝัน...ใจที่ว้าวุ่นจึงค่อยสงบลง  แหงนไปทางขวามองปฏิทินบนผนังใกล้ประตู 

 

วันนี้ วันที่ 24 เดือน 12... ใกล้ครบรอบ 1 เดือน...ที่เธออาศัยอยู่ในโควมะคันแล้ว... มาริสะหันไปทางซ้ายมองข้างนอกหน้าต่าง พายุหิมะซึ่งตกมานับจากวันเริ่มต้นฤดู ค่อยเบาบางลง เธอมองสวนดอกไม้ในคฤหาสน์ที่ถูกหิมะกลบ หวนนึกถึงความทรงจำแสนสนุกสนานในฤดูหนาวที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น แข่งปาหิมะกับโยวเซย์น้ำแข็ง, พูดคุยเรื่องเวทย์มนตร์กับอลิสและพาชูลี่ หรือไปก่อกวนเรย์มุ ช่วงนี้เป็นช่วงแกล้งสนุกที่สำหรับเธอ

 

ซึ่งเธอก็คิดได้เรื่องหนึ่งว่า 

 

จริงสิ...เรย์มุกลายเป็นมิโกะแห่งความมืดแล้ว ยังเกลียดฤดูหนาวเหมือนกับเมื่อก่อนหรือเปล่า...ไม่แน่...ถึงภายนอกจะสุขุมก็จริง แต่ภายในยังคงไม่ชอบเหมือนเดิมแน่...ฮะ ๆๆๆ

 

 

มาริสะลุกขึ้นจากเตียงนั่งลงบนโซฟาข้างเตียงติดหน้าต่างที่ได้รับเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน หยิบถ้วยชาใส่ชอคโกเลตร้อนมาจิบชิมรสชาติ...ตอนนี้ บ้านในป่าเวทย์มนตร์จะเป็นอะไรหรือเปล่า พวกเห็ดทดลองและหนังสือที่ยืม(ขโมย)จากพาพาชูลี่จะเป็นอะไรรึเปล่า หรือว่าโดนพวกปีศาจทำลายไปตั้งแต่วันฟ้าทมิฬแล้ว...

 

 ถึงเป็นห่วง แต่ไม่มีประโยชน์สำหรับเธอ ทั้งนี้ เพราะพาชูลี่บังคับให้เธออยู่ในคฤหาสน์จนกว่าบาดแผลหายสนิท ถึงพยายามหาทางหลบหนีแอบไปดูสภาพบ้าน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ และบาดแผลจากเหตุการณ์วันฟ้าทมิฬยังไม่ทุเลา เหล่าคนใช้ก็ยังดูแลคุ้มกันหนาแน่นทั่วทั้งคฤหาสน์มากกว่าตอนเรมิเลียอยู่เสียอีก... 

 

แม้ได้รับสวัสดิการหรืออ่านหนังสือในห้องสมุดอย่างดีเหมือนกับชนชั้นสูง แต่ถ้าไม่ได้ยืม(ขโมย)แบบครั้งผ่านมา จะไม่สนุกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป แม้พาชูลี่บอกว่าไม่เป็นการรบกวนมาก

 

 นอกจากนี้ มาริสะไม่เข้าใจว่า ทำไมพาชูลี่ต้องหน้าแดงตอนจะสบตาแล้วเป็นต้องเดินหนีทุกที ทำให้มาริสะคิดว่า ตกลงว่าจะเอายังไงกัน เพราะ ตลอดเดือนนี้ เธอยังไม่รับรู้รายละเอียดการฝึกเลย และสิ่งสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุด...สถานที่แห่งนี้ยังมีเด็กอีกคนหนึ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้บาดแผลตามร่างกายยังไม่หายเสียที...

 

มา~~ริ ส่า~~~”

 

เสียงร้องพร้อมกับฝ่าเท้าเปิดประตูเสียงดังปังสนั่นราวกับเสียงรถบรรทุกชน เด็กน้อยในชุดกับกระโปรงสั้นสีแดงระบายขาวสวมหมวกฟูสีขาวยิ้มแป้นวิ่งเข้าห้อง ปีกโครงสีดำประดับอัญมณีหลากสี เช่น สีเหลือง, เขียว, ม่วง, ฟ้า, ส้มข้างละ 10 อัน กระพือให้ลอยเหนือพื้นเล็กน้อย กระแทกลำตัวมาริสะเต็มแรง จนคนโดนสำลักชอคโกเลตพุ่งเป็นน้ำพุขนาดย่อม

 

ฟะ...ฟราน!?” มาริสะสะดุ้งเซถอยหลัง หน้าของเธอกำลังถูกแก้มเล็ก ๆ ของแวมไพร์น้อยถูไปมา ทำอะไรไม่ถูก

 

คุณหนูฟรานดอล จะมาเยี่ยมหรือทำให้อาการหนักกว่าเดิมอีกคะ?”  เสียงกระแอมดังแทรกพร้อมกับการปรากฏตัวของพาชูลี่ ฟรานดอลผละตัวออกจากมาริสะทำหน้าบู่บึ้งใส่พาชูลี่ก่อนเดินแอบอยู่ข้างหลังพาชูลี่ หากครั้งนี้ ฟรานดอลเล่นรุนแรงกับมาริสะอีก อาจเป็นครั้งที่ 3 ที่มาริสะต้องนอนซมบนเตียงเพราะรับมือกับดันมาคุที่เด็กน้อยอายุมากกว่า 495 ปีคิดว่าคือการเล่น วันนี้มีอะไรเหรอ พาเช่?มาริสะถามพร้อมกับหยิบถ้วยชอคโกเลตดื่ม ในช่วง 3 วันที่ผ่านมานี้ พาชูลี่ไม่ได้เข้ามาพบเธอเลย

 

พาชูลี่เค้าบอกฟรานว่ามาริสะจะอยู่ที่นี่กับเราตลอดไป~~”

 

คำพูดแสนไร้เดียงสาของฟรานดอล ทำมาริสะถึงกับสำลักพ่นชอคโกเลตออกมา

 

ชั่วคราว ไม่ได้ตลอดไปพาชูลี่พูดเสียงหนัก แก้มเธอแดงเล็กน้อยอย่างกับอยากให้มันเกิดขึ้นจริง

 

เหรอ~ นั่นสินะ งั้น ฉันไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของพวกเธอแล้วล่ะ

 

ฟรานดอลเดินกระโดดออกจากห้องไป โดยไม่รู้ว่า คำพูดนั้น ทำให้พาชูลี่หน้าแดงก่ำมากกว่าเดิมจนเหมือนมะเขือเทศอุ่นแล้ว

 

ถึงจะเสียเวลาไปหน่อย แต่ช่วงนี้ อารมณ์ของคุณหนูฟรานดอลดีขึ้นมาก แม้เรมี่จะไม่อยู่ก็เถอะพาชูลี่กระแอมหนึ่งครั้งให้หน้าตัวเองกลับเป็นปกติ

 

นั่นสินะ แต่โกหกมันก็ไม่ดีตลอดหรอก

 

สิ่งที่มาริสะพูดถึง คือเรื่องที่พาชูลี่พูดกับฟรานดอลว่า เรมิเลียบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับเรย์มุเหมือนซาคุยะ แต่สถานที่รักษานั้น อยู่ที่โรงเตี๊ยมนิรันดร์ จึงไม่สามารถกลับคฤหาสน์ช่วงนี้ได้ ซึ่งพาชูลี่ไม่ได้บอกเรื่องเป็นลูกน้องของเรย์มุแต่อย่างใด เพราะกลัวจิตใจไร้เดียงสาของฟรานดอลจะได้รับความบอบช้ำ

 

จริงสิ มาริสะ อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”

 

อืม ก็พอจะรับการฝึกได้แล้วล่ะสายตาของมาริสะจ้องไปยังมือขวาตัวเองที่ยังพันผ้าพันแผลแน่นอยู่ บอกว่าอาการพร้อมรับการฝึกแล้ว

 

งั้นเหรอ... พาชูลี่ครุ่นคิด ถ้าอย่างงั้น...วันนี้ตอนบ่าย ที่ห้องสมุด ตกลงไหม?

  

 มาริสะยิ้มกริ่มชี้ไปที่พาชูลี่บอกถึงความมั่นใจในสิ่งหนึ่ง

 

ตกลง แต่เธออย่ามาสายล่ะ

 

.

.

.

.

.

13 นาฬิกา 10 นาที

 

ห้องสมุดวอยล์

 

 

มาสายนะ

 

 

 

เสียงตำหนิของพาชูลี่ที่เห็นคนนัดมาสายถึง 10 นาที เนื่องจากวิ่งมาอย่างรีบร้อน ทำให้ใบหน้าของมาริสะชุ่มไปด้วยเหงื่อ และด้วยเหตุนี้ ทำให้พาชูลี่หน้าแดงดีใจได้เห็นของหายาก ก่อนถอยหายใจหนึ่งครั้ง บอกให้มาริสะลืมเรื่องนั้นไป

 

 

 

เอาล่ะ ครั้งแรกฉันจะไม่โหดกับเธอ แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ พาชูลี่ชี้ให้มาริสะยืนตรงลานกว้างตรงหน้า เธอเปิดหนังสือในมือขวายกฝ่ามือลอยเหนือแผ่นกระดาษสีน้ำตาลเก่า วงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าดาวห้าแฉกพลันปรากฏระหว่างฝ่ามือเธอ พร้อมกัน ใต้เท้าของมาริสะก็มีวงแหวนเวทมนตร์แบบเดียวกันปรากฏ แต่มีขนาดใหญ่กว่า

 

 

 

ไดซุยฟุ(การ์ดมหาวารี) อควอเรี่ยม เวิร์ล ทำงาน

 

 

 

วงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่จางหายไป ม่านน้ำขนาดใหญ่พลันพุ่งจากพื้นครอบเป็นโดมขนาดเท่า มาริสะที่อยู่ข้างในก้มมองพื้นที่มีน้ำสูงจมเท้า น้ำใต้เท้ารอบตัวและฝาโดมพุดงอกลายเป็นเสาสไตล์กรีกโบราณในวิหารอาร์เธนอนนับยี่สิบห้าต้นล้อมอีกชั้น แต่ละต้น พาชูลี่ที่อยู่ข้างนอกโดมสัมผัสได้ถึงผลของสเปลการ์ดที่เรียกออกมาอย่างสมบูรณ์ยิ้มกริ่มชมความงดงามของมัน และกระแอมหนึ่งครั้งยกมือขึ้นเตรียมให้สัญญาณ

 

 

 

แบบทดสอบที่หนึ่ง...ความเร็ว...ภายใน 30 วินาที จงหลบกระสุนเวทภายในโดมน้ำพวกนี้โดยไม่ถูกโจมตี แม้แต่ครั้งเดียว

 

 

 

เริ่มได้!!

 

 

 

เมื่อเสียงประกาศดังก้อง กระสุนน้ำก็ถูกยิงออกจากโดมเป็นสายน้ำเล็กนับสิบทั่วสารทิศตรงไปยังแม่มดสาว ด้วยความเร็วดุจกระสุนปืนกล ทำให้มาริสะตาโตตกใจ ส่ายหน้าลังเลไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไร

 

 

 

พริบตานั้น ตาของแม่มดสาวกลายเป็นสีดำเคลือบ ท่าทีที่กระวนวายหายไป เปลี่ยนเป็นความสุขุมแทนที่ พร้อมกับกระโดดม้วนตัวสองตลบหลบสิบนัดแรกอย่างง่ายดาย...  โดมเวทมนตร์ซัดกระสุนคลื่นน้ำเส้นตรงใส่กระหนาบซ้ายขวา มืดสีดำพลันเลือนเข้ามือซ้ายถอยลำตัวหลบกระสุนทางซ้ายสะบัดแยกสายน้ำออกเป็นสองทางเหือดแห้งไม่เหลือละอองผ่านใบหน้าของหญิงสาวไป ห่ากระสุนสายน้ำอีก 10 นัด พุ่งซิกแซกจากแต่ละทิศทะยานรวมไปยังมาริสะ เธอยังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวทิศทางใด เกลือกกลิ้งมองรอบตัวไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตา และตัดมันสองเส้นทีละเส้นอย่างไม่รีบร้อน กระโดดหลบเส้นหนึ่งไปทางซ้าย ดีดนิ้วส่งตัวหลบสองนัด ส่งพลังเวทไปยังไม้กวาดในมือขวาสั่งให้ทะยานขึ้นฟ้า ทำให้สามนัดถัดไปพลาดกระทบพื้นแทน  มาริสะก้มมองเบื้องล่าง สายน้ำ 2 เส้นที่เหลือหักเลี้ยวตามกระชั้นชิด ขณะเดียวกัน เปลือกโดมก็ยิงกระสุนสายน้ำอีก 30 นัดกระหน่ำมีเป้าหมายไปยังเธอ เธอยิ้มกริ่มมองพวกมันเหมือนสิ่งโง่เขลา  ก่อนเลิกถ่ายพลังเวทไปยังไม้กวาด ปล่อยตัวเองร่วงลงไป...ให้กระสุนเหล่านั้นปะทะกันเอง

 

 

 

ตูม!!

 

 

 

ด้วยแรงปะทะของเหล่าน้ำจำนวนมหาศาล บวกกับเวลาของการ์ดหมดลง ทำให้โดมน้ำพลันแตกเป็นเสี่ยง กลายเป็นคลื่นยักษ์กระจายทั่วทั้งห้องสมุด โยวเซย์เมดจำนวนน้อยที่เข้ามาทำความสะอาดห้องสมุดโดนคลื่นน้ำพัดเปียกกันถ้วนหน้า โคอาคุมะตกใจที่เห็นปริมาณน้ำมหาศาล รีบบินขึ้นฟ้าเกือบโดนน้ำพัดพลางสะดุ้งตกใจ เห็นเมดโยวเซย์ดวงไม่ดีบางตนลอยเอาหัวลงน้ำ ส่วนพาชูลี่...เธอเรียกม่านคุ้มกันเวทมนตร์วงกลมขนาดเท่าตัวเธอออกมากันรอบทิศอย่างสบาย ตั้งแต่เห็นโดมน้ำระเบิดตอนแรกแล้ว...

 

 

 

 

เป็นไปตามคาดแฮะพาชูลี่พึมพำ ตามปกติ ทุกครั้งที่มาริสะบุกคฤหาสน์มารแดง พาชูลี่กระหน่ำสเปลการ์ดนับไม่ถ้วนเป็นพายุบุแคมใส่ แต่กระสุนจากการ์ดทุกใบไม่โดนแม่มดขาว-ดำเลยแม้แต่นัดเดียวและหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเร็วในการหลบหลีกและการบังคับไม้กวาดอย่างเชี่ยวชาญเหมือนแม่มดฝีมือดีของมาริสะทั้งสิ้น ตอนแรกเธอกังวลว่า ทักษะนี้จะลดลงไปพร้อมกับการใช้เวทมนตร์ แต่เหมือนว่า เธอจะไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้มากแล้ว

 

 

 

เมื่อคลื่นน้ำหายหมด เหลือเพียงมาริสะยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้า พาชูลี่คลายม่านคุ้มกันออกกำลัง จะเดินไปแสดงความยินดี แต่เธอต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นมีดเล่มหนึ่งในมือมาริสะ

 

 

 

สีหน้าของเธอถึงกับซีดเผือก มีดที่มาริสะถืออยู่ตอนนี้ คือมีดดาราทมิฬ เป็นอาวุธต้องห้าม ผลิตเพียงสามเล่มในโลกนี้เท่านั้น ความสามารถของมันคือ การตัดสิ่งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมขาดออกหมด ไม่ว่าจะใหญ่เทียมฟ้าหรือเล็กเท่าโมเลกุลก็ตาม แต่จะสูบกลืนชีวิตของผู้ใช้ทุกครั้งที่ถือไปด้วย

 

 

 

น่าสงสัยจริง...ทำไมของสิ่งนี้ถึงอยู่ในมือของมาริสะ...หรือว่า...สิ่งนั้นในตัวมาริสะ...กำลังตื่นจากการหลับไหล...

 

 

 

เอ๋? เมื่อกี๊เกิดอะไรขึ้นน่ะ จำได้ว่า เรากำลังอยู่ในโดมนี่นา?”

 

 

 

สีดำเคลือบตามาริสะหายไปกลับเป็นประกาย ยังคงสงสัยว่าตัวเองทำได้อย่างไร เธอยกแขนซ้ายขึ้นดูมือตามความรู้สึกว่ากำลังถือของสำคัญอยู่ แต่ไม่พบอะไร พาชูลี่เห็นท่าทางนั้น จึงกระแอมเรียกสติตัวเอง เดินไปหามาริสะแสดงความยินดี

 

 

 

ฝีมือยังไม่ตกนี่ ใช้ได้ ๆ เห็นทีฉันต้องคิดสเปลใหม่รับมือเธอแล้วสิ พาชูลี่ปรบมือ เธอวิเคราะห์ต่อว่า การที่มาริสะไม่รู้ตัวเช่นนี้ ทำให้เธอคิดว่า สิ่งที่เธอทำร่วมมือกับยูคาริและอลิสหลังเหตุการณ์ป่ามนตร์เลือด เริ่มมีปัญหาแล้ว  แม้ยังกังวล เธอก็เลิกคิดถึงเรื่องนี้ และสนใจกับการฝึกมาริสะต่อ

 

 

 

เอาล่ะ แบบทดสอบที่สอง...แบบทดสอบอันนี้ ง่ายกว่าเมื่อกี๊อีก พาชูลี่กล่าวพลางวางหนังสือลงบนโต๊ะที่เหล่าเมดโยวเซย์ตัวเปียกเพิ่งเช็ดเสร็จ

 

 

 

แบบทดสอบที่สอง การควบคุม...

 

 

 

มาริสะกลืนน้ำลายดังเอือก เหงื่อเม็ดหนึ่งไหลบริเวณหน้าผากซีกขวา มือขวากำหมัดแน่น การฝึกที่เธอรอคอย ในที่สุด ก็มาถึงแล้ว

 

 

 

การควบคุมในที่นี้ หมายถึงการหน่วงเวทมนตร์ไว้ให้คงรูป เธอคงเข้าใจกับคำนี้นะ มาริสะ

 

 

 

มาริสะพยักหน้าเข้าใจคำพูดของพาชูลี่ หวนนึกถึงวันที่เธอฟื้นขึ้นในคฤหาสน์แห่งนี้ พื้นฐานของการใช้เวทมนตร์ คือการสร้างกระสุนเวทมนตร์ให้อยู่ในรูปแบบที่ตัวเองจินตนาการไว้ ซึ่งเธอมีข้อนี้อยู่แล้ว แต่เธอยังขาดการควบคุมความสเถียรของรูปร่างเวทมนตร์ ซึ่งเธอไม่ทราบถึงสาเหตุแน่ชัด ว่าทำไมเธอถึงไม่สามารถควบคุมได้อีก ทั้งที่ในเหตุการณ์วันฟ้าทมิฬ เธอยังสามารถควบคุมประมือกับเรย์มุได้อยู่

 

 

 

เอาล่ะ เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่าง ฉันจะสาธิตให้เธอดู

 

 

 

พาชูลี่ชูแขนขวาออกไปด้านหน้าหลับตา สายลมรอบตัวเธอค่อยไหลเวียนลอยเหนือฝ่ามือ นิ้วมือขวาหงิกงอไปมาแปรเปลี่ยนสายลมกลายเป็นโมเลกุลเล็ก บังคับให้หมุนวนรวมเป็นลูกบอลกลมสีขาวอมเขียวอ่อน เธอโพลงตาขึ้นเคลื่อนแขนควบคุมบอลไปทางขวา ชี้ไปยังเป้าไม้กางเขนที่ทำจากท่อนไม้สองท่อนมัดกัน และยิงลูกบอลออกไป เพียงไม่ถึงอึดใจ ลูกบอลสายลมก็กระแทกกับไม้ซ้อมเป้า ฉีกมันเป็นเศษไม้ชิ้นเล็กนับไม่ถ้วนกระจายออกในชั่วพริบตา

 

 

 

ส่วนสำคัญที่สุด...คือสมาธิ...ทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์ เราจะต้องตั้งสติให้คงที่ไว้ หากขาดมันไป จะทำให้เวทมนตร์ไม่สมบูรณ์ แม้จะถูกความโกรธครอบงำ พวกเราก็ต้องควบคุมไม่เห็นเวทมนตร์ผิดรูปแบบไปจากเดิมให้ได้...พาชูลี่เงยหน้าหันไปมองมาริสะ เอาล่ะ ทีนี้ ตาเธอบ้างแล้ว ลองทำเป็นลูกบอลกลมและยิงใส่เป้านั้นดู นิ้วชี้ของพาชูลี่ชี้ไปยังเป้าอีกอันหนึ่งที่อยู่ทางซ้ายซึ่งเหล่าเมดโยวเซย์เพิ่งมัดเชือกเสร็จ มาริสะคลายผ้าพันมือออก ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปอยู่เคียงข้างพาชูลี่ เธอยื่นมือขวาไปข้างหน้า แบฝ่ามือออกหลับตาสนิท มือซ้ายจับข้อมือขวาลดแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้น

 

 

 

จงกลม...จงกลม... มาริสะพึมพำ มือของเธอพลันเรืองแสงถูกออร่าสีดำอ่อนห่อหุ้ม ออร่าเหล่านั้นค่อยลอยออกจากฝ่ามือเป็นเม็ดกลมเล็ก หมุนรวมตัวเป็นลูกบอลสีดำ เธอค่อยเคลื่อนแขนพร้อมกับควบคุมลูกบอลเวทมนตร์ให้ชี้ไปยังเป้าซ้อมอย่างช้า ๆ

 

 

 

แต่ขณะที่จะเคลื่อนใกล้ถึงเป้าซ้อม จู่ ๆ ลูกบอลก็เริ่มสั่นและ...

 

 

 

บึ้ม!!

 

 

 

เมดโยวเซย์สิบตนที่กำลังตรวจเช็คหนังสือในห้องสมุดได้ยินเสียงระเบิดหลับตาตกใจพร้อมกัน พาชูลี่ตาโพลงเมื่อเห็นมาริสะกระเด็นกระแทกกับชั้นหนังสือก้มหน้าลง หนังสือเล่มหนึ่งหล่นลงกลางศีรษะราวกับเย้ยหยั่น มาริสะปัดหนังสือออกลูบศีรษะตัวเองเบา ๆ ปลอบตัวเองว่ายังมีโอกาสที่สอง

 

 

 

ลองอีกทีดูซิ มาริสะ ลองเพิ่มสมาธิอีกนิดนึงพาชูลี่พูด ภายในใจ เธอเป็นห่วงมาริสะมาก เพราะเวทมนตร์ของมาริสะเป็นดวงดาวและเลเซอร์ ซึ่งมีความรุนแรงและรวดเร็วมาก ถ้าไม่สามารถควบคุมความเสถียรได้ อาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ซึ่งมาริสะใช้เวทมนตร์เพียงสองสายนี้เท่านั้น

 

 

 

โอเค มาริสะลุกขึ้นปัดฝุ่นกระโปรงและค่อยเดินไปยังที่เดิม เธอยื่นมือไปข้างหน้าสร้างลูกบอลให้เหมือนกับครั้งที่แล้ว และควบคุมมันชี้ไปยังเป้าซ้อม

 

 

 

แต่พอใกล้ถึงเป้า...มันก็ระเบิดอีกครั้ง...

 

 

 

ตูม!!

คราวนี้ มาริสะสร้างออร่าห่อหุ้มกายไว้แล้ว แต่เนื่องจากยังไม่สามารถสร้างออร่าคุ้มกันให้แข็งแกร่งได้ ทำให้แรงระเบิดบางส่วนแทรกผ่านปะทะลำตัว ผลักเธอถอยหลังเล็กน้อย ตาของเธอโพลงขึ้นมือสั่นเกร็ง เริ่มสูญเสียความมั่นใจ

 

 

 

อาจเป็นเพราะเธอไม่มีพรสวรรค์...ไม่มีพรสวรรค์...ทำให้เธอไม่สามารถทำได้...

 

 

 

เพราะคิดเช่นนี้ ทำให้เธอไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ หันกลับทิศทางเดิมลองทำอีกครั้ง เพื่อแสดงให้ตัวเองและพาชูลี่ดูว่า เรื่องเล็กน้อยนี้ เธอสามารถทำได้...

 

 

 

ครั้งที่สาม...ระเบิดเหมือนกับสองครั้งที่ผ่านมา...แรงระเบิดกระแทกรุนแรงกว่าครั้งที่สอง ปวดสะท้านไปทั้งลำตัว เกือบสำรอกของเหลวในท้องออกมา

 

 

 

แต่มาริสะก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

 

 

 

ครั้งที่สี่...ครั้งที่ห้า...ครั้งที่หก...ครั้งที่เจ็ด...

 

 

 

จนกระทั่งตะวันตกดิน...ครั้งที่หนึ่งร้อยห้าสิบเก้า...ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ...

 

 

 

ถึงตอนนี้ ความเหนื่อยล้าได้โถมเปี่ยมในร่างของมาริสะ ทุกส่วนของร่างกายมีเขม่าควันเล็กเปื้อนตาม บ้างมีรอยฟกช้ำ ของเหลวสีขาวและเศษอาหารเล็ก ๆ สีเหลืองไหลสำรอกออกทางปากไม่ขาดสาย โดยเฉพาะมือขวาที่รับแรงระเบิดเกือบทั้งหมดไปมีเยอะเป็นพิเศษ

 

 

 

ไม่ใช่เพียงแค่เธอเท่านั้น พาชูลี่เอง ก็ยังตกใจถึงกับตาโพลงลุ้นจนเหงื่อไหลไปด้วย

 

 

 

ยังไหวรึเปล่า มาริสะ

ยัง...ยังไหวอยู่...ขอฉันต่ออีกนิดนึงนะ...พาเช่มาริสะลุกขึ้นจะลองอีกครั้ง แต่ล้มลงบั้นท้ายกระแทกพื้น พาชูลี่รีบเดินไปหา ลูบไหล่มาริสะสองข้างเบา ๆ

 

 

 

ร่างกายก็สำคัญนะ ตอนนี้เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยฝึกอีกทีก็ได้

 

 

 

ไม่เอา!! เวลาเหลือไม่มากแล้ว ฉันจะต้องรีบฝึก ช่วยทุกคนจากเรย์มุให้ได้!!”

 

 

 

อย่าให้มากนัก!!” พาชูลี่ตบแก้มซ้ายมาริสะศีรษะหัน ถ้าเธอรีบร้อนอย่างนี้ ก็ไม่มีวันสำเร็จหรอก มีแต่จะล้มเหลว ถึงเธอจะทำสำเร็จ ก็ยังไม่สามารถจัดการเรย์มุตอนนี้ได้หรอก!!”

 

 

มาริสะหน้าถอดสีซีด เมื่อได้ยินประโยคที่ไม่คาดคิดจากพาชูลี่ เธอยังอยากฝึกต่อ แต่พอเจอคำพูดของพาชูลี่แล้ว เธอจึงลุกขึ้นหยุดความตั้งใจของวันนี้ก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เอามือจับหมวกก้มศีรษะลงกำมือขวาแน่นเจ็บใจ

 

 

 

โอเค...ก็ได้...วันนี้เพิ่งวันแรกนี่นะ...

 

 

 

----------------------------

 

 

 

ข้างนอกพายุหิมะตกอีกครั้ง...พาชูลี่แหงนหน้ามองลมกรรโชกที่มาพร้อมกับหิมะ ชวนคิดไม่ได้ว่าสภาพมันช่างคล้ายกับจิตใจของมาริสะในตอนนี้...

 

 

 

ถึงความสามารถในการหลบหลีกจะแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง ที่ไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้ดั่งใจแล้ว จะกลับมาใช้ทันทีนั้น คงเป็นไปไม่ได้... 

 

 

 

บางที มาริสะอาจไม่ได้เสียความสามารถในการควบคุมให้เสถียรไป แต่อาจเพราะคิดว่าทำไม่ได้และเร่งรีบที่จะทำให้สำเร็จก่อนฤดูหนาวสิ้นสุด เลยกลายเป็นทำไม่ได้ไปจริง...ควรจะทำอย่างไร เพื่อให้มาริสะมีความมั่นใจในการใช้เวทมนตร์กลับคืนมา ขณะเดียวกัน หากมีดดาราทมิฬปรากฏขึ้นมาอีก ควรจะรับมือกับมันอย่างไร...

 

 

 

เป็นอะไรหรือคะ? สีหน้าเคร่งเครียดเชียว

 

 

 

พาชูลี่หันไปด้านหลังตามต้นเสียงแสนแหบแห้ง หญิงสาวผมสั้นสีเขียวเข้มในเครื่องแต่งกายสำหรับงานศพสีดำถือร่มสีเดียวกับเสื้อกำลังยืนมองเธอด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย พาชูลี่หันสังเกตรอบตัวซึ่งกลายเป็นสีเทา แม้กระทั่งไฟจากเทียน...

 

 

 

...อีกแล้ว...การปรากฏตัวแบบนี้...

 

 

 

ว่าแล้วเชียว...ต้องเป็นเธอพาชูลี่พูดกับผู้มาเยือนน้ำเสียงเรียบปกติ เธอใช่ไหม...ที่ทำให้มาริสะเป็นแบบนี้?”

 

 

 

อันที่จริง มันเป็นแค่ฉากหนึ่งของละครเท่านั้นค่ะ... ยูกะพลิกข้อมือขวาขึ้น พลันกุหลาบสีเทาอยู่ในฝ่ามือราวกับเล่นกล นิ้วนางดันกลีบดอกหนึ่งขึ้น แล้วขยำทั้งดอกปล่อยกลีบร่วงกระจายลงพื้น

 

 

 

ละครงั้นเหรอ? คราวที่แล้ว ฉันก็ได้ยินเธอพูดถึง...ชอบมากนัก แล้วทำไมถึงให้คนไม่อยากแสดงต้องรับเคราะห์ล่ะ พาชูลี่ขึ้นเสียง ขณะที่ยูกะเลียนิ้วขวาดมกลิ่นของกุหลาบที่เพิ่งขยำไป ไม่สนใจสิ่งที่พาชูลี่พูด

 

 

 

แล้วตอนจบของละครนั่น มันเป็นอย่างไรล่ะ? บอกได้รึเปล่า?”

ดิฉัน...ไม่ทราบค่ะ... ยูกะพูดเสียงเศร้ามองน้ำลายไร้สีไหลย้อยตามนิ้วมือ คนกำหนดตอนจบของเรื่อง ไม่ใช่ดิฉัน และก็ไม่ใช่พวกคุณ ตอนจบของเรื่อง ขึ้นอยู่กับโชคชะตา...แต่ก็ไม่แน่นะคะ...บางที...มันอาจจะจบวันนี้ก็ได้...หึ ๆๆๆ~~~

รอยยิ้มพลันฉีกแสยะบนใบหน้าของสาวผู้ไร้ความรู้สึก ก่อนสลายเป็นละอองจางหายไปในพริบตา โควมะคันรอบตัวพาชูลี่กลับมามีสีเหมือนดั่งเดิม

 

 

 

พาชูลี่รู้สึกโล่งใจ เมื่อตัวปัญหาจากไป แต่อดสงสัยกับประโยคสุดท้ายไม่ได้ ซึ่งไม่เข้าใจความหมาย

 

 

 

จบในวันนี้...หรือว่า...เพราะการฝึก...มาริสะคิดจะ...

 

 

 

ท่านพาชูลี่คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!”เสียงของโคอาคุมะดังเรียกให้พาชูลี่หันหลัง ใบหน้าของปีศาจน้อยเต็มไปเหงื่อ สีหน้าบอกถึงความหวาดวิตกอย่างชัดเจน ชวนให้แปลกใจ

 

 

 

เกิดอะไรขึ้นเหรอ? โคอาคุมะ

 

 

 

มาริสะ...ผูกคอฆ่าตัวตายในห้องค่ะ!! อะไรนะ!!” พาชูลี่ถึงกับแผดเสียงลั่น เพราะสิ่งที่เธอคิดไม่อยากให้เกิดขึ้นเมื่อซักครู่นี้ มันกลายเป็นความจริงแล้ว

 

 

 

สถานที่เกิดเหตุล่ะ?”

ห้องชั้นสองริมสุดค่ะ...

 

 

 

ไม่รอช้า พาชูลี่ก็ออกตัววิ่งทันที

 

 

 

ระหว่างที่วิ่งนั้น เธอได้คิดตลอดทางว่า สิ่งที่เธอทำ...มันผิดเหรอ...ถ้ารู้ว่ามาริสะจะเป็นอย่างนี้ เธอไม่น่าเตรียมการฝึกให้เลย หากเธอยอมให้มาริสะใช้ชีวิตอย่างสงบเยี่ยงคนธรรมดาที่เคยพูดไว้เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้...แล้วตอนนี้ ใครจะเป็นผู้นำรับมือกับเหตุการณ์ร้ายในอนาคตล่ะ...

 

 

 

แต่สิ่งกังวลที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่คิดตั้งแต่แรก...แต่จากนี้ไป...จะไม่มีอีกแล้ว คนมาเยี่ยมเยือน...ไม่มีคนมาคอยก่อกวน,,,และไม่มีรอยยิ้มที่กวนประสาทอีก...มันอึดอัดใจเหลือเกิน สำหรับจอมเวทย์สาว เมื่อรู้ว่าตัวเองจะพบกับสิ่งเหล่านี้...

 

 

 

เมื่อมาถึงหน้าห้องริมขวาสุดของชั้นสอง ซึ่งเป็น 1 ในห้องใหญ่สำหรับรับรองงานเลี้ยงของคฤหาสน์ เธอเงยหน้ามองขอบประตู ไม่มีแสงสว่างลอดจากในห้อง คิดว่ามาริสะไม่ต้องการให้ใครรู้การเสียชีวิตของตัวเอง แต่เธอไม่แปลกใจที่โคอาคุมะจะรู้ว่ามีศพอยู่ข้างใน จึงจับกลอนประตูสั่น เตรียมเปิดดูร่างไร้วิญญาณของแม่มดผู้สิ้นหวัง...

 

 

 

ทันทีที่เปิดประตู ความมืดในห้องพลันสว่างขึ้น พร้อมกับเสียงประสาน

 

 

 

เซอร์ไพรส์!!”

 

 

 

พุ่งโดนหน้าพาชูลี่ เธอปัดออกสะบัดศีรษะมองสภาพห้อง ซึ่งตอนนี้มีโต๊ะกลมปูผ้าสีขาวที่มีอาหารฟูลคอร์สสิบห้าโต๊ะ เพดานประดับด้วย ใจกลางห้องมีต้นคริสต์มาสตั้งตระหง่านเด่น เหล่าเมดโยวเซย์ทั้งหมดในคฤหาสน์ต่างยืนและหันมองไปที่คนหน้าประตูเป็นสายตาเดียวกัน  ไม่เพียงเท่านั้น ยามเฝ้าประตูเหม่ยหลิงกับฟรานดอลก็กำลังโบกมือทักทายเธออยู่ริมหน้าต่างซ้ายมือด้วย

 

 

 

หนะ ๆ ...นี่มัน...พาชูลี่อ้าปากค้างชี้ด้านหน้า เธอค่อย ๆ หันคอไปด้านหลังทีละน้อย เห็นโคอาคุมะกำลังโค้งขอโทษเธอเป็นการใหญ่ ก่อนก้มหน้าหันกลับมา

 

 

 

พวกเธอจงใจหลอกฉันเรอะ!!”

 

 

 

เสียงกรี๊ดลั่นดังทะลุคฤหาสน์สะเทือน พาชูลี่แทบคลั่ง เมื่อเห็นสภาพของห้องที่ไม่เหลือเค้าเดิม และคนที่ตัวเองกำลังคิดว่าตายไปแล้ว กำลังนั่งไขว่ห้างยิ้มแป้นบนโซฟาอย่างสบาย

 

 

 

เปล่าหลอกนะ แค่อยากเห็นสีหน้าเธอตอนวีนแตกเท่านั้นเอง มาริสะหัวเราะท่าทางหอบหายใจดังของพาชูลี่ ตามด้วยเสียงหัวเราะของคนอื่นในห้อง ชวนให้พาชูลี่งอข้อนิ้ว เกิดอาการอยากบีบคอของแม่มดตัวแสบคนนี้มาก แต่ไม่ทำ กลัวโรคหอบประจำตัวของเธอกำเริบ

 

 

 

จริงสิ พาชูลี่ ฉันมีอะไรจะให้เธอหน่อยมาริสะลุกขึ้นเดินมาหา และยื่นสิ่งหนึ่งวางบนมือขวาพาชูลี่ มันคือริบบิ้นสีเหลืองสดใสเหมือนกับสีดวงตาของมาริสะ

 

 

 

ขอบคุณสำหรับการดูแลและการฝึกนะ ถึงเมื่อกี๊ ฉันจะท้อ แต่คราวนี้ ฉันจะไม่รีบแล้วล่ะ มาริสะยิ้มแป้น พาชูลี่ถอนหายใจก้มมองริบบิ้นในมือ นิสัยของมาริสะค่อนข้างทำให้พาชูลี่ปวดหัวพอสมควร จากท้อแท้ดื้อดึงกลายเป็นว่านอนสอนง่าย จากไม่มีกำลังใจกลายเป็นมีความหวัง เธอเริ่มไม่เข้าใจว่า มาริสะต้องการอะไร...

 

 

 

...แต่เพราะปากมันเป็นอย่างนี้ล่ะนะ...ฉันถึงได้สนใจเธอ...

 

 

 

หึ ขอบคุณ พาชูลี่เก็บริบบิ้นเข้าในเสื้อ แต่อย่าคิดว่าจะทำให้ฉันหายโกรธเรื่องนี้นะพาชูลี่เชิดหน้างอน สร้างอารมณ์ขันให้มาริสะและเหล่าคนใช้ในห้อง ส่วนเรื่องปาร์ตี้... พาชูลี่ค่อยเหลือบสายตาเปลี่ยนจากมองมาริสะ ไปยังเหล่าพวกสาวใช้และเหม่ยหลิง ซึ่งพวกเธอสะดุ้งเฮือกทันที ไหน ๆ พวกเธอก็เหนื่อยมาทั้งปีแล้ว จะไม่ทำงานซักวันก็คงไม่เป็นไรหรอกนะ แล้วอีกอย่าง อย่าจัดงานเฉลิมฉลองแบบนี้ ตอนเรมี่อยู่ละกัน

 ----------------------------

 

 

 

บนกำแพงนอกคฤหาสน์ อาคุมะ ยูกะ กำลังยืนท้าสายลมอันหนาวเหน็บ เธอแอบมองเหล่าเมดโยวเซย์และผู้อาศัยคนอื่นกำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยง รู้สึกอิจฉาเล็กน้อยจนไม่รู้สึกถึงความเย็นรอบตัวที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

 

 

 

คิดไม่ผิดจริง ที่ยังปล่อยให้มีชีวิตอยู่ แต่โหดร้ายจริง...โหดร้ายจังเลยนะคะ คุณมาริสะ...

 

 

 

ยูกะกุมศีรษะเสียใจอย่างมาก ที่คนในคฤหาสน์ไม่ชวนเธอเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ แต่เปลือกตาของเธอขยับขึ้นเล็กน้อย ราวกับยินดีกับสองสาวในคฤหาสน์

 

ถึงยังนึกไม่ออกว่า ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเป็นใคร แต่ขอให้มีความสุขจนกว่าจะถึงวันนั้นนะคะ คุณแม่มด...แล้วก็คุณเอเลเมนท์มาสเตอร์ คึ ๆๆๆ~~

 

 

 

กล่าวเสร็จ เธอพลันมลายเป็นละอองจากไปก่อนเหล่าผู้อาศัยในคฤหาสน์รู้ถึงการมีตัวตนของเธอ...

 

 

 

ขณะเดียวกัน มีบุคคลปริศนาอีกคนหนึ่งซึ่งคลุมทั่วร่างด้วยผ้าคลุมกายสีดำทมิฬซึ่งกำลังสังเกตการณ์พวกเธอบนท้องฟ้าอันมืดมิด...ดวงตาสีเขียวของเขาจ้องไปยังคฤหาสน์และละอองดำของปีศาจสาวครู่หนึ่ง ก่อนหันหลัง เลือนหายในราตรีที่ปกคลุมด้วยหิมะ

 

----------------------------

 

 

edit @ 20 Apr 2010 21:42:10 by kura