Touhou Fanfic : 暗黒の巫女 ~ คนทรงรัตติกาล (2/4)
posted on 29 Jan 2009 05:42 by ankokukai in AnkokunoMiko
Touhou Fanfic : 暗黒の巫女 : คนทรงรัตติกาล
บทแห่งฝันร้าย ตอนที่ 4 : รอยยิ้มที่หวนคืนพร้อมกับกลีบบุปผาร่วงโรย
อีกด้านหนึ่ง ที่ฮาคุเกียโรว หลังจากพวกยูยูโกะออกไปได้ 5 นาที โยวมุน้อยได้ตื่นขึ้นจากนิทราส่ายศีรษะมองรอบห้อง เมื่อรู้ว่าไม่มีใครอยู่นอกจากเธอ จึงเรียกหายูยูโกะ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับหรือเสียงฝีเท้า...ทำให้ตอนนี้...เธอเดินตามหาแม่ทั่วตำหนัก...
“คุณแม่คะ...อยู่ไหนคะ...”
เสียงของโยวมุร้องหาแม่ผู้เป็นที่รักของตน บรรยากาศยามราตรีที่แสนมืดมิด สายลมอ่อนอันแสนหนาวเหน็บพัดผ่านร่างสวมห่มชุดยูกาตะของเด็กน้อยจนเธอนั่งลงกอดอกตัวสั่น อยากเจอ...อยากเจอคุณแม่...คุณแม่คะ...มาหาโยวมุที...
ตูม!!
เสียงระเบิดทำลายความสงบ โยวมุร้องเสียงลั่นเอามือปิดหูน้ำตาไหลตัวสั่นกลัว เธอค่อยแหงนหน้าไปทางซ้ายอย่างกล้า ๆ กลัว เห็นแสงวาบสีแดงกับควันสีน้ำตาลบนท้องฟ้า
แม้ไม่รู้ว่า บริเวณนั้น กำลังมีอะไรเกิดขึ้น แต่มีแรงดึงดูดบางอย่าง ที่ทำให้เธอก้าวเท้า วิ่งออกจากฮาคุเกียโรว ไปยังต้นตอของแสงนั้น
----------------------------
ย้อนกลับสู่ลานกว้างใจกลางสวน แรงระเบิดเมื่อครู่นี้ ทำให้แผ่นดินสะเทือนและมีรูเกิดขึ้นบนพื้นเบื้องหน้าไซเกียวอายาคาชิ ตรงนั้นมีขวานใบคมขนาดใหญ่ที่จงอยปลายชี้ตรงปลายด้ามจับแหลมล่ามโซ่อยู่ ยูยูโกะที่ตอนนี้อยู่ทางซ้ายของขวานนั้นมองมันไม่กระพริบตา อายะที่สังเกตการณ์บนฟ้าตาโพลงค้างตกใจในสิ่งที่เห็นเมื่อสักครู่นี้ ซุยกะ เจ้าของขวานยักษ์ที่ซ่อนหลังม่านควันกำลังฉีกรอยยิ้มกว้างหัวเราะเบาให้ตัวเองได้ยิน
“เป็นอาวุธที่แปลกประหลาดและทรงพลังมากเลยนะคะ” ยูยูโกะถามเสียงใสเหมือนเด็กไร้เดียงสาพลางลูบใบขวาน นิ้วชี้ที่เธอสัมผัสมันนั้น ทำให้เธอรับรู้ว่า ขวานเล่มนี้ สามารถทำร้ายวิญญาณอย่างเธอได้เหมือนกับธนูที่เคยส่งเธอสู่นิทรา
“ขอบคุณที่ชม” ซุยกะคาดไว้ว่ายูยูโกะจะพูดประโยคนี้ออกมา ก่อนกระตุกโซ่ดึงขวานกลับมา ขวานยักษ์หมุนปักพื้น เกิดกระสุนสีแดง, น้ำเงินกระจายเป็นวงกลมเล็กก่อนหายไป เธอปลดโซ่ตรงปลายด้ามจับออก พันคล้องรอบเอวแล้วเริ่มอธิบาย
“เจ้านี่ คือเทนคูวบาคุฟุ(ขวานระเบิดสวรรค์) เมื่อใดที่เจ้านี้ปะทะกับพื้นพสุธา มันจะสร้างแรงระเบิดพร้อมกับสาดกระสุนใส่ ยิ่งออกแรงเยอะ ความแรงของระเบิดและปริมาณกระสุนก็จะมากขึ้นด้วยนะ”
ซุยกะยื่นหน้าเลียใบขวานยื่นแก้มถูด้ามจับไปมา ทุกครั้งที่ปลายลิ้นสัมผัสใบขวานสีเงิน อายะจะตัวสั่นขนลุกขึ้นมาทันที ถึงจะอยู่ไกลมองเห็นลางก็ตาม
“เห~ งั้นเหรอคะ แล้วคุณไปได้มาจากไหนเหรอคะ?” ยูยูโกะถามต่อ ซุยกะมองตาลอยสงสัย ผละตัวเองออกจากขวาน
“ได้จากไหนเหรอ?” ซุยกะตกใจกับคำถาม “เจ้านี่น่ะมันติดตัวฉันมาตั้งแต่แรกแล้ว”
ยูยูโกะเกิดความสงสัย ทำไมซุยกะถึงพูดว่ามีขวานใบใหญ่น่ากลัวมาตั้งแต่แรก เธอเคยพบซุยกะคุยกันบ่อยครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนบอกว่ามีของวิเศษอย่างอื่นนอกจากน้ำเต้าอิบุกิ บางทีขวานนั้นอาจได้รับจากเรย์มุก็ แต่ยังไม่แน่นอนซักทีเดียว และน้ำเต้าอิบุกิที่ติดตัวตลอดหายไปไหน หรือว่าเรย์มุชอบรสของเหล้าในน้ำเต้า จึงแอบขโมยและเปลี่ยนความทรงจำ
สิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ จนกว่าเธอจะได้ยินจากเรย์มุ...หรือจากปากของเจ้าของ...แต่ความเป็นไป...ค่อนข้างมากทีเดียว...
“เอาล่ะ หมดเวลาถามแล้ว เรามาสนุกกันต่อดีกว่า”
สิ้นวาจา ซุยกะก็ดึงขวานขึ้นแล้วทะยานออกไป แรงกดดันถูกปลดปล่อยออกมาจนเกิดแรงลมพัดไปถึงไซเกียวอายาคาชิ อายะมองเบื้องล่างไม่ละสายตา เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นต่อไปนี้ คือเหตุการณ์ใหญ่ที่ดำเนินต่อเนื่องจากวันฟ้าทมิฬ ซึ่งค้นหาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ยากมากและยูยูโกะไม่ค่อยทราบเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้น เธอจะกระพริบตาแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่ได้
และหากยูยูโกะเกิดพลาดท่า...เธอจะได้ช่วยสนับสนุนต่อ...
ขวานที่หนึ่งสะบัดไปที่เอวซ้าย ยูยูโกะถอยหลังหลบ ขวานที่สองกระชากโซ่ขึ้นเอาขวานกระแทกพื้นดังตึงสร้างกระสุนสาดใส่ ยูยูโกะพลิกข้อมือขวาสร้างบาเรียขนาดเท่าลำตัวสีม่วงคุ้มกัน ซุยกะโยนขวานขึ้นพร้อมกับติดโซ่ฟาดลงผ่าครึ่ง ยูยูโกะเอนตัวหลบไปทางซ้าย ซุยกะกระชากโซ่กลับสะบัดหมุนรอบตัว ยูยูโกะกระโดดหลบขวานลอยเหนือศีรษะซุยกะสะบัดแขนทั้งสองออกยิงผีเสื้อวิญญาณสีม่วงใส่ ซุยกะหมุนขวานตั้งฉากทวนเข็มนาฬิกากันระเบิดผีเสื้อแล้วฟาดลงพื้น ยูยูโกะถอยหลังหลบพร้อมกับร่อนลงพื้น ใบขวานกระแทกพื้นพังพร้อมกับกระสุนที่สาดกระจายเป็นรูปครึ่งวงกลม ยูยูโกะสะบัดแขนเรียกผีเสื้อวิญญาณตัวใหญ่เท่าแขน 3 ตัวหมุนตั้งเป็นวงกลมกระแทกสลายกระสุนเหล่านั้นแทนพร้อมกับสาดคลื่นเคียวสายลม (คาไมทาจิ) จันทร์เสี้ยวสีม่วงอ่อนขนาดเท่าตัวเธอใส่ ซึ่งซุยกะกันมันโดยดึงขวานกลับมารับแทน
“หึ ๆๆ ไม่เลวนี่นา...” ซุยกะชม เธอกระโดดถอยหลังออกจากยูยูโกะประมาณ 7 เมตร “เห็นทีฉันต้องออกแรงซักเล็กน้อยซะหน่อยแล้ว~”
มือทั้งสองของซุยกะจับโซ่กำแน่น เธอดึงโซ่สะบัดขวานขึ้นโดยใช้แรงจากมือขวาที่จับเหนือมือซ้ายและหมุนมันเป็นวงกลมเหนือศีรษะเป็นใบพัดเร็ว จนฝุ่นรอบเท้าฟุ้งตลบ เสียงเหล็กเสียดลมนั้น ดังไปถึงอายะที่อยู่บนฟ้า
“รับไปซะ!”
เธอแผดเสียงลั่นและเขวี้ยงโซ่ออกไปทางขวา ใบขวานที่ลอยสูงค่อยลงต่ำลงกระแทกพื้นเสียงสนั่นแผ่นหินกระจายพุ่งตรงเป็นทางยาว ซุยกะจับโซ่แน่นขยับข้อมือขึ้นเล็กน้อย ตัวขวานค่อยเปลี่ยนทิศทาง กวาดโค้งไปทางซ้ายอย่างช้า ๆ
พร้อมกันนั้น กระสุนที่เกิดจากแรงกระแทกได้เพิ่มมากขึ้น และทุกนัดหมุนรวมอยู่ในลักษณะพายุขนาดเล็กรวมเหลือตกค้างหลังขวานกระแทกพื้น เมื่อขวานกวาดใกล้ถึงตัวยูยูโกะ กระแสลมพลันระเบิดกระจายกระสุนกราดรวมพุ่งไปที่เป้าหมายของมันด้วยความเร็วสูง
ยูยูโกะหยิบเซนสึ (พัดจีนด้ามเล็กที่คลี่พับได้) ในแขนเสื้อขวาออกมากางหรี่ตามองห่ากระสุนพิจารณาการเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบ เธอค่อยเคลื่อนตัวถอยหลังหลบขวานแบบไม่รีบร้อนและลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยหลบห่ากระสุนชุดแรก เธอมองห่ากระสุนชุดถัดไปและพลิกข้อมือขวาขึ้นเรียกสเปลการ์ดออกมาปรากฏขึ้นระหว่างนิ้วชี้และนิ้วชี้กลางที่ชิดกันทำให้มันสลายในบัดดลราวกับเล่นมายากล
“อดีตที่เลือนลาง...ราคะที่หลงเหลือ...แม้พยายามหวนนึกเท่าไหร่ แต่สุดท้าย...ข้า...ก็ยังไม่เห็นมันเลย...”
ลูกไฟวิญญาณสีน้ำเงินเทานับร้อยดวงปรากฏเรียงแถวหมุนเป็นวงกลมล้อมรอบยูยูโกะ มือขวาห่อหุ้มด้วยละอองสีม่วงอ่อนยื่นไปด้านหน้า
“ได้โปรด...ช่วยทำให้ข้าเห็นสิ่งเหล่านั้นที...คุณวิญญาณ...”
[สิ้นถิ่นฐาน「สิ้นตัวตน -กรรมเก่า-」]
ตูม!! ตูม!!
เหล่าลูกไฟวิญญาณพุ่งปะทะกับห่ากระสุนบังเกิดควันสีน้ำตาลที่ถูกสีของยามราตรีกลืนลอยหายไปในท้องฟ้า ขวานยักษ์ลอยกลับเข้ามือซุยกะ เธอมองเบื้องหน้าพยายามดูสภาพของเป้าหมาย แต่ยังไม่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากควันยังปกคลุมหนาอยู่
ขณะเดียวกัน เธอได้เห็นสิ่งหนึ่งพุ่งแหวกควันออกมา
แสงเลเซอร์สีเดียวกับละอองในมือยูยูโกะ 5 เส้นทะยานตรงด้วยความเร็วสูง ปลายเลเซอร์ที่แหลมคมเห็นเงาสะท้อน ทำให้ซุยกะคาดเดาถึงความรุนแรงของมันได้
และในช่วงที่เธอกำลังคิด...
ฉึก!
เลเซอร์...ก็ทะลุผ่านร่างเธอเสียแล้ว...
ตูม!!
ควันสีน้ำตาลกลุ่มใหม่บังเกิดขึ้นอีกจุดหนึ่ง ควันกลุ่มแรกจางลง เผยให้เห็นยูยูโกะที่กำลังร่อนลงพื้นไร้บาดแผล เธอคลี่เซนสึในมือปิดริมฝีปากหรี่ตามองเบื้องหน้า หากการโจมตีนี้สามารถปราบซุยกะได้ จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะได้จับตัวสอบสวนเรื่องของเรย์มุ และในเวลานี้ ก็ใกล้ถึงเวลานอนของเธอแล้ว
แต่เพียงเท่านี้ ก็ยังไม่สามารถหยุดเธอคนนั้นได้...
และเป็นจริงดังเธอคาด เมื่อกลุ่มควันกระจายออก ซุยกะก็ปรากฏขึ้นในก้มหน้าย่อตัวเอาเข่าขวายันพื้นกุมไหล่ซ้ายที่มีเลือดไหลไม่หยุด เธอคนนั้นค่อยเงยหน้าขึ้น สายตากับรอยยิ้มที่เคยสนุกสนานกับการดันมาคุและฆ่าคนมาตลอด ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นความโกรธแล้ว
“แกนะแก...” ซุยกะกัดฟันเคืองแค้นไม่เข้าใจ “ทำไม...ทำไมทั้งที่ฉันคิดว่า แกเหมือนกับฉัน...แต่ทำไมตอนนี้...ทำไมตอนนี้...”
ไม่มีเสียงตอบกลับจากราชินีโลกวิญญาณ สายตาที่ประดั่งจะเย้ยหยั่น ทำให้ซุยกะกุมไหล่แน่นมากขึ้นก่อนคลายออก บาดแผลนั้นบรรเทาลงแล้ว แต่เธอยังรู้สึกเจ็บใจมากกว่าถูกห่าเลเซอร์แทงทะลุทั่วร่างเสียอีก
ในตอนแรก เธอได้รับข้อมูลจากเรย์มุว่า ยูยูโกะเป็นพวกก่อกวนประสาทคู่ต่อสู้ด้วยเสียงที่สดในเหมือนเด็กไร้เดียงสากับรอยยิ้มที่ร่าเริงระหว่างดันมาคุ จึงตั้งใจจะเล่นกับผู้มีนิสัยคล้ายกันอย่างสนุกสนานก่อนจะจัดการสังหาร
แต่ในตอนนี้ คงจะทำแบบนั้นไม่ได้เสียแล้ว เพราะเป้าหมายของเธอไม่ได้เป็นไปตามที่เธอคิดไว้เลย และหากเธอมัวแต่เล่นอยู่อย่างนี้ เธอต่างหากที่จะถูกฆ่าเสียเองอีก
บ้าที่สุด...บ้าที่สุด...
บ้าที่สุด!!
เปลวเพลิงสีแดงสดพลันลุกโชนสูงรอบถึงศีรษะ สะเก็ดไฟโปรยเปลี่ยนพื้นรอบรัศมีซุยกะกลายเป็นสีดำไหม้ แรงกดดันทั่วทั้งใจกลางสวน แม้อายะจะลอยอยู่บนท้องฟ้า แต่เธอยังสามารถรู้สึกได้ถึงความรุนแรงและหนักแน่นของมันได้ ยูยูโกะสะบัดเซนสึพับเก็บ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับซุยกะสะบัดแขนขวาออก การ์ดสีแดงพลันปรากฏระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง และสลายเป็นเถ้าถ่านปกคลุมรอบตัวของเธอ
พริบตานั้น เปลวเพลิงที่ปกคลุมสูงขึ้น รอยแตกแผ่ขยายจากใต้เท้าออกทั่วทั้งสวน ยูยูโกะก้มมองหันดูรอยแตกที่ค่อยแผ่ออกไปด้านหลัง มีเพียงรอบไซเกียวอายาคาชิเท่านั้นไม่มีรอยแตกปรากฏ เธอไม่ตกใจหรือเสียการทรงตัวเพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากกำลังลอยเหนือพื้น 2 เซนติเมตร
เธอหันกลับมองข้างหน้า ซุยกะเก็บขวานห้อยด้านหลัง เปลวไฟลุกโชนสูงขึ้นจนเห็นเพียงคอ เธอชูกำปั้นขวาขึ้นฟ้า
“พินาศไปซะ!!”
[ภูเขาไฟ「การล่มสลายของอารยธรรมโบราณ」]
ตึง!!
เสียงกำปั้นทุบพื้นแผ่นดินสั่นไหว รอยแตกเรืองสีแดงเพลิง รอยแตกรอบด้านซ้ายและขวาระหว่างทั้งสองแยกออก ด้านหลังซ้าย, ขวาของยูยูโกะเป็นแบบเดียวเช่นกัน ลาวาไหลขึ้นจากใต้ธรณี ไฟแมกม่าผุดพุ่งเป็นเส้นตรงเหมือนน้ำพุหลายสาย
ในขณะที่เธอกำลังมองสภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกร้อนขึ้นจนต้องคลี่เซนสึมาพัด แม้บรรยากาศรอบตัวจะไม่ทำให้เธอร้อนมากนัก แต่ทำให้เธอสนใจในซุยกะมากขึ้น ความสามารถของซุยกะและผลของการ์ดใบนั้นช่างน่ามหัศจรรย์เสียจริง ที่สามารถเปลี่ยนรอบตัวให้กลายเป็นเช่นนี้ได้
ตามปกติของสเปลการ์ดที่มีความรุนแรงมาก มักจะทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนแปลง...นี่คือความคิดยูยูโกะ ผู้ถือสเปลการ์ดระดับสูงมากเป็นอันดับสองของแดนมายา
เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ทันใดนั้น เธอก็พบกับสิ่งหนึ่งลอยเหนือศีรษะ...
...มันคือ ลูกไฟยักษ์สีแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร...
เปรี้ยง!!
เสียงตบดังฉาดหนึ่งครั้งส่งลูกไฟใหญ่ลอยลับหายไปในท้องฟ้า เซนสึในมือยูยูโกะคลี่ออกติดควันหลังออกแรงตี เธอเบิกตากว้างโพลงค้างเพราะแปลกใจ หากช้าไปเพียงวินาทีเดียว เธออาจถูกทับกลืนไปแล้ว
แต่ทุกอย่าง เป็นไปตามที่เธอคิดไว้ คือความรุนแรงของการ์ดที่สัมผัสผ่านลูกไฟ ซึ่งต้องทำให้เธอต้องออกแรงมากกว่าปกติเพื่อตีมัน
“หืม~~ เร็วใช้ได้นี่” ซุยกะแสยะยิ้ม หวังเพิ่มความกังวลให้ยูยูโกะ “หวังว่า ชุดต่อไปคงจะทำได้แบบเมื่อกี๊อีกนะ อ่อ แล้วไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ถึงเธอจะทำลายลูกใหญ่ได้ แต่มันยังแตกเป็นลูกเล็กได้อยู่ดี”
พูดเสร็จ เธอก็ทุบพื้นอีกครั้ง ครั้งนี้ลูกไฟยักษ์ถูกยิงออกจากหลุมแต่ละหลุมขึ้นฟ้าเหมือนถูกยิงออกจากกระบอกปืนของเรือใหญ่ จำนวนของลูกไฟที่ยิงออกมานั้น ทั้งหมด 15 ลูก ลอยบนฟ้า พระจันทร์ที่เหล่าเมฆเพิ่งลอยออกไป ถูกดวงอาทิตย์จำลองกลบในทันที
ยูยูโกะมองท้องฟ้าที่ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยสีแดงลาวาของลูกไฟพิฆาต เธอเหลือบมองไปที่ไซเกียวอายาคาชิที่อยู่เบื้องหลัง หากเธอตีลูกไฟยักษ์ออกเหมือนกับตอนแรก เธออาจเสียท่าเนื่องจากจำนวนที่เยอะและทำให้ตัวสวนเสียหายหนักได้ ถึงสวนนี้จะสามารถซ่อมแซมได้ก็ตาม แต่ความรุนแรงของไฟนั้นมหาศาลมาก จนคาดการณ์ว่า ถ้าตกลงพื้น คงเป็นหลุมขนาดใหญ่ซึ่งใช้เวลาซ่อมนาน
เพราะฉะนั้น เธอจึงเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการ คือสลายพวกมันให้หายไป ถึงจะเป็นวิธีที่ลำบากและเสียพลังงานมากก็ตาม
แขนซ้ายสะบัดออก การ์ดสีม่วงอ่อนไหลจากแขนเสื้อเข้ามือ พัดสีม่วงยักษ์คลี่กางออกด้านหลังเอนขึ้นฟ้าสี่สิบห้าองศา ลูกไฟยักษ์เจ็ดลูกแรกค่อยร่วงลง ยูยูโกะสะบัดแขนชี้ขึ้น ฝูงผีเสื้อวิญญาณนับร้อยพร้อมเลเซอร์ยี่สิบเส้นพลันพุ่งหมุนเป็นเกลียวพายุ ห้าลูกถูกผีเสื้อชนระเบิดสลายไปทีละเล็กน้อยเหมือนดังโกะที่ถูกกินทีละน้อยอย่างรวดเร็ว สองลูกปะทะกับเลเซอร์ผ่าครึ่งและโดนผ่าซ้ำอีกครั้งด้วยเลเซอร์ชุดเดิมซึ่งย้อนกลับมา
กลุ่มควันปกคลุมหนาเหนือท้องฟ้า หกลูกที่เหลือแหวกควันร่วงลงอย่างรวดเร็ว การ์ดสีม่วงในมือยูยูโกะสลายเป็นละออง พัดยักษ์ขยายใหญ่ขึ้น ผีเสื้อวิญญาณสีฟ้าสามสิบตัวบินรวมตัวเป็นลูกบอลเล็กเหนือเซนสึที่ถือกางในแต่ละมือ สายตาของเธอเพ่งไปที่ลูกไฟยักษ์ แล้วตีลูกบอลทั้งสองขึ้นฟ้า พร้อมกันนั้น ยังสร้างลูกบอลแบบเดียวกันอีกสองลูกแล้วตีซ้ำออกไป
เมื่อลูกบอลใกล้ถึงเป้าหมาย ยูยูโกะจึงพับเซนสึทั้งหมด เป็นสัญญาณให้ลูกบอลทั้งหมดแตกกระจายกลับเป็นผีเสื้อ และเข้าปะทะกับลูกไฟยักษ์
[วิญญาณตระการ「โกสท์ บัตเตอร์ฟลาย」]
ตูม!! ตูม!! ตูม!!
แรงปะทะของกระสุนทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นเสียงระเบิดและควันลอยปกคลุมนภา แสงสีม่วงกัดกลืนลูกไฟยักษ์อย่างรวดเร็วซ่อนทับเป็นพลุผีเสื้อขนาดใหญ่ซ่อนในควัน คนที่มีสายตาดีอย่างซุยกะกอดอกชมศิลปะชั่วพริบตาอย่างสนใจ
โดยไม่ได้สังเกตรอบตัว ซึ่งตอนนี้...ยูยูโกะกำลังชี้เซนสึไปที่เธอโดยพัดมายาด้านหลังกำลังเรืองแสงเตรียมยิงเลเซอร์
แต่พริบตานั้นเอง ที่ยูยูโกะรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง เธอลดแขนลงเงยหน้าขึ้นฟ้า และต้องตาโพลงเมื่อเห็นสิ่งหนึ่ง...
หลังม่านควันที่ปกคลุมนภา ยังมีลูกไฟยักษ์อีกสิบลูก กำลังร่วงลงมาตามกฎแรงโน้มถ่วง
เรื่องมีอยู่ว่า ในตอนที่ซุยกะเรียกลูกไฟนั้น เธอได้ทุบพื้นซ้ำเพิ่มสองครั้ง เพื่อยิงลูกไฟอีกชุดซ่อนอยู่ด้านหลังชุดปกติ โดยไม่ให้ยูยูโกะสังเกตเห็น
ตอนแรก เธอคิดว่า คนระดับอย่างยูยูโกะจะสามารถสังเกตการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยได้ จึงไม่คาดหวังกับสิ่งนี้มากนัก แต่เมื่อเห็นจำนวนโกสท์บัตเตอร์ฟลายที่ออกมาทำลายในจำนวนน้อย เธอจึงยิ้มหยันดีใจ ยิ่งเห็นสีหน้าหวาดวิตกของยูยูโกะแล้ว เธอก็เห็นภาพที่ตัวเองกำลังได้รับคำชมและฝ่ามือที่ลูบหัวจากเรย์มุชัดเจนมากขึ้น
อีกสามเมตร เหล่าลูกไฟจะสัมผัสพื้น ในสถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้ ยูยูโกะสะบัดแขนเรียกการ์ดไหลออกจากแขนเสื้ออย่างรีบร้อน การ์ดใบนี้มีสีม่วงอ่อนคล้ายกับการ์ดใบอื่น แต่มีละอองสีเดียวกันโปรยอยู่แม้จะยังไม่เริ่มใช้งาน
การ์ดที่มีสิ่งนี้ คือการ์ดที่ได้รับการเพิ่มความรุนแรง จนสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ภายในทีเดียว
ตามปกติ เธอจะไม่ใช้มันจนกว่าจะเจอคู่ต่อสู้ที่รับมือลำบากเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เธอเริ่มยอมรับแล้วว่า ซุยกะแข็งแกร่งมาก
พัดมายาปรากฏขึ้นอีกครั้ง การ์ดสลายเป็นละอองปกคลุมกระตุ้นให้พัดเรืองแสงกลายเป็นสีม่วงเข้ม ละอองที่ลอยรอบพัด
อีกสองเมตรจะถึงตัว พัดในมือทั้งสองเรืองแสงสีม่วงอ่อน พัดมายาสว่างสีเข้มมากขึ้น ยูยูโกะกางแขนออก มหาพัดมายาพลันสาดกระสุนกลีบดอกไม้และเลเซอร์ทั้งหมดออกไปอย่างบ้าคลั่งปะทะกับเหล่าสุริยันมฤตยู
[ดอกซากุระ「งานเลี้ยงอาลัยไร้หวนแก้」]
ตูม!! ตูม!! ตูม!!
----------------------------
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของสวน โยวมุน้อยกำลังวิ่งบนทางเดินเท้ากว้างอย่างรีบร้อน เสียงฝีเท้ารัวสลับราวกับเสียงดนตรีบรรเลงเต็มไปด้วย แม้อากาศจะเย็นและสายลมที่มาพร้อมกับการวิ่งจะพัดแรงก็ตาม แต่มีเหงื่อไหลออกจากหน้าผากชุ่มใบหน้า ความกังวลเพิ่มมากขึ้น
ตอนแรกที่วิ่ง เธอไม่เข้าใจว่า มีแรงจูงใจใดที่ทำให้เธอเริ่มก้าวเท้าสับขาวิ่ง เหมือนสิ่งที่ทำไป ไม่มีเหตุผล
แต่หลังจากวิ่งไปนับร้อยกิโลเมตร เหตุผลก็ค่อยเข้ามาในหัวสมองอันอ่อนเยาว์ของเธอ เรียงร้อยจับใจความรวมเป็นประโยคเดียว
ต้องปกป้องคุณแม่...ต้องปกป้องคุณแม่...ต้องปกป้องคุณแม่...
แม้จะเปล่งเพียงประโยคสั้น ๆ หลายครั้ง แต่ก็บอกถึงเจตนาของเด็กคนนี้อย่างชัดเจนนัก
อีก 2 กิโลเมตรจะถึงจุดหมาย...จู่ ๆ เธอก็ต้องหยุดวิ่งไม่ขยับไปไหน เงยหน้าขึ้นและดวงตาโพลงค้าง
...เพราะลูกไฟยักษ์ที่มารดาอันเป็นที่รักฟาดป้องกันตัวในตอนแรก กำลังลอยเหนืออยู่ศีรษะเธอ...
“นี่มัน...อะไรน่ะ...”
ตูม!!
เสียงระเบิดดังสนั่น บริเวณเคยมีพื้นกระเบื้องและสีน้ำตาลของกิ่งไม้ แปรเปลี่ยนเป็นหลุมใหญ่สีดำพื้นแห้งมีลาวาไหลตามรอยแตกแห้ง ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตจิตใจเหลืออยู่...
นอกจากบนฟ้า...ที่มีเทนกุสาวกำลังบินด้วยความเร็วสูง โดยกำลังอุ้มคนสวนน้อยที่หลับตาสนิทมีน้ำตาหยดเล็กปริ่มตรงขอบตาสองข้างกำมือแน่นตัวสั่นอยู่
“แหม ๆ เกือบไปแล้วไหมละคะ”
โยวมุค่อยลืมตาขึ้นหลังจากได้ยินเสียงขี้เล่นของเทนกุสาว เธอกอดอายะแน่นร้องไห้จนคนโดนสะดุ้งความเร็วในการบินตกลง ก่อนจะตบหลังโยวมุเบา ๆ ให้สงบสติอารมณ์
ด้วยความเร็วในการบินของเผ่าพันธุ์ที่รวดเร็วสุดในเกนโซวเคียว เพียงครึ่งนาที อายะก็กลับถึงเรือนฮาคุเกียโรว เธอค่อยปล่อยโยวมุลงยืนบนพื้นอย่างนิ่มนวล รอยยิ้มพิมพ์ใจปรากฏบนใบหน้าของเทนกุสาว ก่อนจะลูบศีรษะของเด็กสาวเป็นการปลอบขวัญอย่างชะงักให้กำลังใจแทนการพูด
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ดิฉันขอตัวก่อนนะ เรื่องคุณแม่เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เดี๋ยวดิฉันจะช่วยเอง”
เธอหันลำตัวกลับเตรียมทะยาน แต่ในช่วงนั้นเอง ที่มือซ้ายของเธอก็ถูกมือขวาของโยวมุจับรั้งแน่นไม่ให้ขึ้นฟ้า อายะหันมาจะบอกให้ปล่อย แต่จู่ ๆ เธอกลับตาโพลงตกใจ จนลืมเรื่องราวทั้งหมดไป
เพราะแววตาที่ไร้เดียงสาของโยวมุกลายเป็นดวงตาที่สุขุมราวกับเป็นคนอื่น หากมองแก้วตาลึกลงไป จะสัมผัสได้ว่า เด็กคนนี้กำลังขอร้องให้เธอทำบางสิ่งบางอย่าง...ที่อันตรายถึงชีวิต...
----------------------------
แฮ่ก ๆ...แฮ่ก...
เสียงลมหายใจเข้าออกเพราะความเหนื่อยล้า ยูยูโกะ พัดมายาด้านหลังเลือนมลายกลับเป็นละออง เธอก้มลงคุกเข่าเนื่องจากความเหนื่อยล้าถอนหายใจ หลังจากการป้องกันตัวเมื่อครู่นี้ ทำให้เธอสูญเสียพลังไปจำนวนมาก เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการใช้การ์ดพิเศษนี้
แต่ความจริง...มันไม่ควรทำให้เธอเหนื่อยถึงขนาดนี้...
ยูยูโกะหันสังเกตรอบตัว...มีโซ่เส้นหนึ่งที่โผล่จากรอยแยกเล้กกำลังพันข้อเท้าซ้ายอยู่ โซ่นั้นเรืองแสงสีทองค่อยดูดสีม่วงไหลตามโซ่ ซึ่งต้นทางของโซ่นั้น คือในแขนเสื้อซ้ายของซุยกะ...
...ยูยูโกะเห็นเช่นนั้นก็นึกออกและตกตะลึง ทำไมระหว่างรับมือกับลูกไฟยักษ์ เธอถึงไม่สังเกตหรือสัมผัสถึงมันได้เลย...
ช่วงที่ยูยูโกะสำรวจโดยรอบที่เปลี่ยนแปลงด้วยผลของสเปลการ์ดนั้น ซุยกะได้ใช้โซ่ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแทรกเข้าไปรอยแยกพื้นและควบคุมให้มันเลื้อยไปหน้ายูยูโกะอย่างช้า ๆ ซึ่งมันรัดข้อเท้า ตอนซุยกะเรียกลูกไฟชุดที่สองออกมาเรียบร้อยแล้ว
ลูกไฟเป็นเพียงตัวล่อ...แต่ของจริงนั้น คือโซ่ดูดพลัง...เมื่อยูยูโกะใช้การ์ดที่มีความรุนแรงสูงผสมพลังเวทย์ไปด้วย...แผนของซุยกะยิ่งสำเร็จมากขึ้น...
ยูยูโกะเงยหน้าขึ้น ซุยกะซึ่งเป็นศัตรู ยืนยิ้มดูเธออย่างสบาย ไร้ซึ่งรอยไหม้เพิ่มขึ้นจากเดิมเลยแม้แต่เล็กน้อย ทั้งที่ตอนระเบิดสเปลการ์ด เธอได้ส่งห่ากระสุนและเลเซอร์จำนวนหนึ่งไปหาซุยกะด้วย
ซึ่งทั้งหมด ถูกขวานระเบิดนภาหมุนตั้งฉากสลายอย่างง่ายดาย...
ใจกลางสวนกลับคืนสู่สภาพปกติเนื่องจากระยะเวลาของสเปลการ์ดหมดลง ความเหนื่อยล้าถาโถมร่างวิญญาณ แม้พยายามลอยขึ้นเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถลอยได้
อันที่จริง...เธอยังไม่มีแรงพอจะลุกเลยด้วยซ้ำ...
“เอาล่ะ เรามาทำให้จบกันเถอะ”
เสียงมัจจุราชในคราบยักษ์ดังปลุกความกลัว กระตุ้นให้ยูยูโกะหยิบเซนสึลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เธอเรียกผีเสื้อวิญญาณแบบระเบิดรุนแรงออกมา ซุยกะสลายมันในพริบตาด้วยการดีดนิ้วชี้ไปด้านหน้าเพียงครั้งเดียว เธอสะบัดนิ้วกลับเปลี่ยนมือขวาให้เรืองแสง ยูยูโกะยังคงยืนชี้เซนสึ หวังข่มให้ยักษ์สาวกลัว
แต่แน่นอน...คนที่เห็นสภาพเต็มไปเขม่าแขนขาเกร็งจนเกือบยืนไม่อยู่ จะคิดว่าคน ๆ นั้นยังมีกำลังต่อต้านอยู่อีกหรือ...
“ถึงจะน่าเบื่อไปหน่อย แต่ก็...นะ...”
แขนขวาคว้าคอยูยูโกะชูขึ้นลอยพื้น เสียงเซนสึร่วงลงพื้น สายตายักษ์สาวจ้องเขม็งบีบแน่นจนผู้โดนอ้าปากตาโพลงถลนแหงนหน้าขึ้นฟ้า...นี่เป็นครั้งแรก ที่คอของราชินีโลกวิญญาณได้สัมผัสกับการถูกรัดแน่น การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ทำให้ระบบการหายใจเสียหายจนเสียชีวิต แต่เป็นการหยุดการขัดขืนได้อย่างชะงัก
ในเสี้ยววินาทีที่กำลังยกขวานปลิดชีพ เธอรู้สึกได้ถึงสายลมที่แรงผิดปกติ ก่อนปล่อยมือหลบเคียวสายลมสีเขียวอ่อนที่พุ่งมาผ่ากั้นระหว่างเธอกับยูยูโกะ ทั้งสองหันไปทางซ้าย มีเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ระหว่างพวกเธอ ในมือขวาถือดาบยาวชี้พื้นและสะพายปลอกดาบสีดำกับคาดปลอกดาบสั้น เธอคนนี้มิใช่ใครอื่นนอกจาก...
“โยวมุ...” ยูยูโกะตาโพลงน้ำตาไหลไม่อยากเชื่อในสายตาตัวเอง ทำไมเด็กคนนี้ถึงมาที่นี่ได้...
“โฮ่ เธอสินะ คอนปาคุ โยวมุ ในที่สุดก็ออกมาจนได้...” ซุยกะเปลี่ยนความสนใจไปที่โยวมุ “มาปกป้องนายหญิงของเธอใช่ไหมละ? มัวรออะไรอยู่ เข้ามาสิ!!”
ไม่มีเสียงตอบกลับ ท่าทางที่คอก้มจนเส้นผมปิดใบหน้าและริมฝีปากไร้รอยยิ้มเริ่มกระตุ้นความโกรธของยักษ์สาว
“เออ!! ในเมื่อไม่ยอมเข้ามา ฉันจะจัดการเจ้านายเธอเดี๋ยวนี้แหละ!!”
ซุยกะซัดเคียวสายลมจันทร์เสี้ยวสีม่วงเข้มด้วยขวานไปหายูยูโกะ โยวมุหายตัวโผล่เบื้องหน้ายูยูโกะฟันเคียวสายลมกลายเป็นละอองและทะยานออกไป ซุยกะซัดเคียวสายลมสามดอกและทะยาน โยวมุชักฮาคุโรวเคนฟันคลื่นสายลมเหมือนกับครั้งแรก จากนั้นจึงเก็บดาบชักโรวคังเคนออกมา ปะทะกับขวานยักษ์จนเกิดประกายไฟกับเสียงเสียดสีดังสนั่น ทั้งสองมองหน้าแต่ละฝ่ายห้าได้วินาที ก่อนถูกแรงผลักกระเด็นออกเอาเท้าถีบต้นไม้และกระโดดขึ้นฟ้าปะทะกันอีกครั้ง
สิบวินาทีผ่านไป เสียงคมอาวุธเสียดกันนับเกินยี่สิบครั้ง ต้นไม้รอบสวนถูกลูกหลงตัดโค่นล้มครึ่งหนึ่ง ซุยกะถอยสไลด์พื้นมองคู่ต่อสู้ของตนที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้ายูยูโกะ ท่าทางการก้มศีรษะไม่เปลี่ยนแปลงของโยวมุ ยังคงขัดสายตาเธอเหมือนกับคราวแรก แต่เมื่อสบตาไปนาน ๆ มันกลับสร้างความหวาดหวั่นให้กับเธออย่างน่าประหลาด
ราวกับมีลางสังหรณ์บอกตัวเองว่า...ถ้าไม่รีบปิดบัญชี...เธอ...อาจเป็นฝ่ายฝ่ายแพ้...
ด้วยเหตุนี้ ซุยกะจึงพุ่งเข้าหาอีกครั้งหมายเผด็จศึก...
แต่ในพริบตานั้น โยวมุได้ปรากฏตรงหน้าเธอและ
ผัวะ!!
ใช้สันดาบฟาดใส่ลำตัวทันที
ร่างของซุยกะลอยหมุนขึ้นฟ้า สายตาอันเยือกเย็นมองเป้าหมายที่อยู่บนฟ้าตั้งฉากเหนือศีรษะของตนพร้อมกับหยิบสเปลการ์ดสีขาวออกมา
“ยูวคิเคน (ดาบภูติผี)...โยวโดวกะคิโนะดันจิคิ...(การถือศีลอดของภูตโหยปิศาจน้อย) ”
โยวมุหายตัวบังเกิดแสงเส้นตรงสีขาวปรากฏขึ้นลากขึ้นฟ้า ลำตัวของยักษ์สาวกระตุกทันทีหลังถูกแสงฟาดผ่าน โยวมุปรากฏตัวทางซ้ายจ้องดวงตาเป้าหมายที่โพลงค้าง มือข้างถือดาบมีละอองสีขาวซึ่งเดิมเคยเป็นการ์ดลอยติดตามนิ้วทั้งห้า
“กะคิเคน (ดาบภูติโหย)” แสงสีขาวห่อหุ้มโรวคังเคนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เข้มกว่าครั้งแรก “กะคิโดวโซวชิ (นิทานแดนภูตโหย)”
โยวมุหายตัวฟันทะยานไปด้านหน้าตัวเองบังเกิดแสงเหมือนกับครั้งแรก แต่ครั้งนี้ ลำแสงได้เปลี่ยนเป็นห่ากระสุนสาดกระจายรุมไปที่ซุยกะ
ตูม!! ตูม!! ตูม!!
ควันสลายในพริบตา ซุยกะแหงนหน้าอ้าปากตัวไหม้ตาโพลง จากการโจมตีสุดหนักหน่วงสองครั้ง ทำให้สภาพของเธอในตอนนี้ ไม่สามารถขยับตัวได้ราวกับถูกสายไวโอลินตรึงทั่วร่างกาย
โยวมุกระโดดสูงขึ้นเหนือกึ่งกลางซุยกะ ในเวลาเดียวกันนั้น เมฆที่ปกคลุมดวงจันทร์หายไป ส่องแสงซ้อนทับพอดีกับร่างโยวมุ
“สุดท้าย...เกคโควเคน...(ดาบแสงจันทร์)” โยวมุดึงฮาคุโรวเคนออกมา แสงสีเงินได้ปกคลุมดาบและยืดออกจนมีความยาวเท่ากับโรวคังเคน
“ยะโยวโคว!! (แสงซากุระราตรี)”
ฉัวะ!!
ฝ่าเท้าสัมผัสพื้น แสงสีขาวฟาดผ่านซุยกะจรดพื้น กลีบซากุระใบใหญ่เท่าดอกราเฟรเซียเจ็ดใบประดับทางที่แสงผ่าน หกใบประดับบนล่างซุยกะด้านละสามใบ อีกใบหนึ่งลอยทางขวาซุยกะ
แสงห่อหุ้มฮาคุโรวเคนหายไป เมื่อเสียงเก็บโรวคังเคนดัง กลีบซากุระทั้งหมดพลันส่องแสงวาบ
ตูม!! ตูม!! ตูม!!
กลีบซากุระแตกเป็นกลีบใบเล็กขนาดเท่าฝ่ามือเด็กทารกหลายร้อยใบโปรยประดับท้องฟ้าส่องแสงสว่างทั่วทั้งสวนปกปิดควันระเบิดสีขาว ท้องฟ้าในขณะนี้ ไร้ซึ่งร่างของอิบุกิ ซุยกะ...
----------------------------
โรวคังเคนถูกชักเก็บเข้าปลอกดาบเป็นอันสุดท้าย ยูยูโกะยังมองคนสวนไม่กระพริบตา คนที่อยู่ตรงหน้าใช่คนสวนคนนั้นใช่ไหม? ในที่สุด คนสวนที่รู้จักกลับมาแล้วใช่ไหม?...
“โยวมุ...นั่นเจ้าใช่ไหม?”
ในขณะยูยูโกะกำลังลุกขึ้น จู่ ๆ โยวมุพลันเอนเอียงเซไปมา ใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้ม ก่อนล้มลงสลบไป...
“อืม...เป็นอย่างที่กล่าวไว้จริงสินะคะ...”
เสียงของอายะดังจากท้องฟ้า เธอร่อนลงพื้นเก็บปีกมองคนสวน ยูยูโกะหันมามอง เพราะไม่เข้าใจในคำพูดของเทนกุสาว
“อันที่จริง ดิฉันมีจดหมายอันหนึ่งจากเด็กคนนี้น่ะค่ะ”
อายะยื่นกระดาษสีขาวพับสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองทบให้ผู้รับ ยูยูโกะมองกระดาษแผ่นนั้น โยวมุ...เขียนมางั้นหรือ...
“เจ้าได้มาตอนไหนเหรอ”
“ตอนที่คุณกำลังสู้กับซุยกะน่ะค่ะ”
ยูยูโกะค่อยคลี่แผ่นกระดาษออก เธอสังเกตลายมือในแผ่นกระดาษ ตัวอักษรที่เป็นรูปแบบไคโฉะ(ตัวคันจิเขียนแบบเป็นทางการ) นี้ เป็นของโยวมุอย่างแน่นอน เธอมองไปที่หัวกระดาษและเริ่มอ่านทีละประโยค
ถึงท่านยูยูโกะ
เมื่อท่านได้อ่านจดหมายนี้ แสดงว่าดิฉันได้ช่วยท่านจากซุยกะหรือท่านอายะพาท่านหนีแล้วมอบจดหมายให้ ข้อความที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ มาจากของดิฉัน คอนปาคุ โยวมุตัวจริง ไม่ใช่คุณอายะปลอมแปลงลายมือแต่อย่างใด และต้องขออภัยด้วยค่ะ ที่ไม่ได้มีโอกาสคุยกับท่าน เพราะเวลาค่อนข้างเร่งรัดและเป็นห่วงสวัสดิภาพของท่าน
ท่านยูยูโกะมิต้องเป็นห่วงดิฉันมากนักหรอกค่ะ ท่านไม่ใช่คนผิดหรอกค่ะ อันที่จริง...ดิฉันเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน...ที่ดิฉันพลาดพลั้งให้กับศัตรูไป... เพราะได้มีมีผู้หญิงคนคนหนึ่งแอบเข้ามาบีบคอซ้ำให้ตายในระหว่างที่ดิฉันสลบและท่านยูยูโกะกับคุณอายะไม่อยู่ ดิฉันรู้สึกตัวอีกทีอยู่ในมิติเสมือนคล้ายใจกลางสวนของที่นี่ และรู้สึกตัวอีกครั้ง ตอนที่คุณอายะช่วยจากลูกไฟยักษ์ เมื่อดิฉันเล่าเรื่องที่ประสบให้คุณอายะฟัง คุณอายะก็ประมาณการว่า ดิฉันถูกเธอคนนั้นควบคุมความทรงจำเปลี่ยนกลับให้อยู่ในวัยเด็ก แต่จะกลับมาเมื่อท่านยูยูโกะได้รับอันตราย ในตอนแรกดิฉันก็ไม่เข้าใจในคำพูดของคุณอายะเหมือนกัน แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่า ความทรงจำดิฉันจะกลับกลายเป็นเด็กน้อยอีกทีหลังช่วยท่านเสร็จ คุณอายะจึงสาบานว่าจะหาผู้หญิงคนนั้น และจัดการให้ เผื่อว่าดิฉันจะได้กลับเป็นปกติ ท่านโปรดเชื่อใจและให้ความร่วมมือคุณอายะเถอะค่ะ ครั้งนี้เธอไม่มีเจตนาร้าย ส่วนสาเหตุที่ทำไมดิฉันถึงเก่งขึ้น ระหว่างที่ดิฉันโดนผนึกได้ฝึกฝนตัวเองอยู่ในนั้น และเหมือนจะได้วรยุทธ์เพิ่มขึ้นด้วยเหมือนกัน
สุดท้ายนี้...ขอบคุณสำหรับอาหารและการดูแลนะคะ...
คอนปาคุ โยวมุ
หยดน้ำตาไหลออกจากดวงตาหยดลงกระดาษสีขาว น้ำตานี้มิได้เกิดจากความโศกเศร้าเหมือนกับวันอื่นที่ผ่านมา...
แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ที่ยังรู้ว่า คนที่เธอคิดว่าไม่มีวันกลับมายังสามารถหวนคืนมา...เธอจะรอและดูแลเด็กคนนี้จนกว่าจะถึงวันนั้น
ยูยูโกะโอบกอดโยวมุ ดวงตา เธอกลอกตาซ้ายมองอายะ แม้จดหมายที่คนสวนเขียนเป็นของจริง แต่เธอยัง...
“อายะ เจ้าจะทำตามในจดหมายจริงเหรอ?”
“แน่นอนค่ะ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวแค่ดิฉันเพียงคนเดียว แต่มันเกี่ยวข้องกับทุกคนทุกในเกนโซวเคียว ถึงตอนนี้เรย์มุจะลบตัวเองออกจากประวัติศาสตร์ของเหล่ามนุษย์หรือโยวไคตนอื่นนอกจากพวกเรา แต่เมื่อพลังของเธอฟื้นเต็มที่ได้เมื่อไหร่ พวกเราคง...” อายะคุกเข่าขอร้อง “ได้โปรด ช่วยเหลือพวกเราด้วย”
เสียงหนักแน่นแสดงถึงเจตนาที่แท้จริงไร้ซึ่งการซ่อนเร้น ยูยูโกะยิ้มลูบหัวโยวมุ ลมหายใจสูดถอนออกจากช่องจมูกเบา ๆ สิ่งที่กล่าวมาคงเป็นความจริงสินะ...
“ตกลง...ข้าจะช่วยเจ้า...”
สิ่งหนึ่งสัมผัสกลางศีรษะอายะ เธอสะบัดปัดมันออกเห็นปุยหิมะร่วงหล่นก่อนเงยหน้าขึ้นเห็นปุยหิมะนับไม่ถ้วนโปรยลงมา ยูยูโกะแบมือขวารับปุยหิมะอันหนึ่งลงกลางฝ่ามือ สีขาวบริสุทธิ์แสนไร้สิ่งเจือปนของสิ่งเล็ก ๆ นี้ ทำให้เธอยิ้ม
“หิมะเหรอ...หวังว่าปีนี้...คงไม่หนาวเกินไปจนทำลูกข้าเป็นหวัดนะ”
“นั่นสินะคะ” อายะยิ้มตอบกลับเงยหน้ามองฟ้าที่ปกมีหิมะ หวังว่าฤดูหนาวปีนี้และปีหน้า คงมีพายุเข้าและหิมะบริสุทธิ์แบบนี้ตกต่อไปอย่างแน่นอน
----------------------------
ในเวลาเดียวกัน หิมะนั้นก็กำลังโปรยลงบันไดทางขึ้นศาลเจ้าฮาคุเรย์ ซึ่งตอนนี้ กำลังมียักษ์สาวเดินขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรงและมีเขม่าติดตามทั่วร่างกาย
“เกือบไปแล้วไหมละ...” เธอพูดเสียงอิดโรย หากเธอไม่ใช้กระจกอสูรขนาดเท่าจานที่เธอเรียกออกมาป้องกันในวินาทีก่อนจะปะทะกับเพลงดาบซากุระ เธออาจหมดสติไปแล้ว
และแม้จะไม่บาดเจ็บมากนัก แต่บาดแผลทางใจนั้น ยากที่จะรักษาให้หายในวันเดียว...
เท้าขวาก้าวขึ้นเดินผ่านเสาโทริอิสีแดงอย่างช้า ๆ สีหน้าซุยกะซีดเซียวมากขึ้น ตอนนี้ เธอกำลังเรียบเรียงเหตุผลที่จะอธิบายภารกิจที่ล้มเหลวอย่างไร เรย์มุถึงจะไม่โกรธทำโทษเธอ
ขณะกำลังเดินอย่างเงียบ ๆ นั้น เธอก็ต้องสะดุ้งตกใจ...
เพราะเด็กผู้หญิงในชุดนอนกระโปรงยาวสีดำกำลังนอนเท้าคางมองด้านล่างยิ้มหัวเราะเยาะเย้ยคนเบื้องล่างบนหลังคาศาลเจ้า
“อลิส!?” ซุยกะตกใจ เมื่อเห็นการปรากฏตัวของเด็กสาว ซึ่งเวลานี้ ควรเป็นเวลานอนของเธอ เสียงหัวเราะที่เหมือนกวนประสาทของเด็กน้อย ทำให้เธอเริ่มหงุดหงิด
“หัวเราะอะไรของเธอน่ะ?”
“ซุยกะนี่...เหมือนตุ๊กตาจังเลยนะ”
“อะไรนะ!?”
“ซุยกะในตอนนี้ เหมือนตุ๊กตามากเลย...ตุ๊-ก-ตา ที่ ถูก-ทิ้ง น่ะนะ”
“หนอย! พูดอย่างนี้ก็สวยสิ” ซุยกะหยิบขวานออกมา ลืมอาการบาดเจ็บทั้งหมด
“เห~ จะเล่นเหรอ?”
เสียงดีดนิ้วดังเป๊าะ ตุ๊กตาผมทองชุดดำสามสิบพลันปรากฏเบื้องหน้าของอลิส แต่ละตัวเงยหน้าขึ้นพร้อมเพรียงกันและชูหอกตะวันตกสีเงินไปที่เป้าหมาย
ชิ้ง!!
ดาบสีเงินชี้กลางจมูกซุยกะหยุดการเคลื่อนไหวค้างในลักษณะเทนคูวบาคุฟุยกค้างเหนือหัว ตุ๊กตาทั้งหมดถูกอาวุธปริศนาติดเส้นด้ายกวาดออกทางซ้าย เจ้าอาวุธนั้นสะบัดตรงหยุดตรงหน้าอลิสเผยให้เห็นเหล็กไนสีทองขนาดเท่าฝ่ามือ ทั้งสองตัวสั่นหวาดกลัว ช่องว่างระหว่างพวกเธอ มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าถือและถือใช้อาวุธดังกล่าวอยู่
“ทะเลาะกันอีกแล้วนะ อลิส ซุยกะ”
เสียงหนึ่งดังมาจากในเรือนศาลเจ้า เท้าขวาที่สวมถุงเท้าสีขาวยื่นออกจากในเรือนศาลเจ้าชวนให้สองสาวสะดุ้งเฮือกและปรากฏให้เห็นหญิงสาวผมสีม่วงอ่อนปล่อยยาวถึงพื้นไร้โบว์ประดับถือกอดลูกกลมสีดำทมิฬ
เธอผู้นี้มิใช่ใครอื่น นอกจาก ฮาคุเรย์ เรย์มุ ผู้เป็นนายเหนือหัวของสองสาว
“บอกไปกี่รอบแล้ว ว่าอยู่ด้วยกันต้องทำตัวดี ๆ น่ะ...”
ดวงตาสีแดงมองอลิสที่ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นและหันมองเดินไปหาซุยกะที่ยืนในลักษณะเดียวกัน เรย์มุใช้เซนสึพับสีดำทมิฬในมือขวาปาดท้ายทอยที่เปื้อนเขม่า มองมัน เป่าเขม่าที่เปื้อนนั้นใส่หน้าซุยกะ และหยุดเดินอยู่ข้างเคย์เนะ
“ถ้าไม่เข้าใจกันอยู่ด้วยกันไม่ได้ล่ะก็...เห็นทีฉันจะต้องตัดใครซักคนออกจากกลุ่ม...รึไม่ก็จัดการทั้งสองเลย...ดีไหม?”
แรงกดดันแผ่ปกคลุมทั่วศาลเจ้าทวีความกลัว เซนสึคลี่ออกให้เห็นลายอสรพิษขอบสีขาวกับดอกเบญจมาศสีม่วง ตาของสองสาวมีน้ำตาปริ่มเตรียมไหล ภาพความทรงจำทั้งหมดของพวกเธอพลันปรากฏเข้ามาในมโนภาพ ไม่รอดแน่...ไม่รอดแล้ว...ครั้งนี้...
.
.
.
.
.
.
.
“ล้อเล่นน่า” เรย์มุยิ้มหัวเราะคิก ๆ “พวกเธอเป็นคนสำคัญของฉัน เรื่องอะไรจะทำแบบนั้นล่ะ พวกเธอทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ ขอแค่อย่ารบกวนฉันก็พอ”
เรย์มุพับเซนสึ เคย์เนะพลันเก็บกระบี่สะบัดอาวุธบินกลับเสกให้หายไปและลุกขึ้นโค้งคำนับเรย์มุหนึ่งครั้งก่อนหายตัวไป สองสาวที่รู้ว่าพวกตนรอดจากการทำโทษแล้ว จึงถอนหายใจโล่งอกทันที
“ซุยกะเธอไปอาบน้ำพักผ่อนได้แล้วล่ะ อีกหนึ่งสัปดาห์ค่อยมาเฝ้าประตูนะ ช่วงนี้คงยังไม่มีใครคิดมาที่นี่หรอก ส่วนอลิส เป็นเด็กเป็นเล็กควรนอนตั้งแต่หัวค่ำนะจ๊ะ”
“อืม/ค่า~ ท่านเรย์มุ”
สิ้นเสียง ซุยกะกับอลิสก็เดินเข้าเรือนศาลเจ้าทำตามที่เรย์มุสั่ง โดยขณะเดินเข้าไป อลิสก็บ่นให้ซุยกะฟัง
“ซุยกะดีจังเลยนะ ได้พักอีกแล้ว แต่ฉันนี่สิ ไม่ได้พักเลย”
“ไม่ต้องบ่น ฉันไม่เห็นเธอทำอะไรเป็นประโยชน์เลย”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ฉันอุตส่าห์ถักผ้าพันคอให้คนอื่นกับทำโคทัตสึให้ท่านเรย์มุเชียวนะ”
“แล้วของฉันล่ะ!! ยัยโอตาคุตุ๊กตา!!”
“อ่าว!! ก็ซุยกะดันออกมาให้พวกฉันเห็นตอนกำลังถักนี่นา จะให้ทำยังไงล่ะ ฉันต้องทำเป็นชุดนะ ถึงจะมีอารมณ์ถัก คุณตุ๊กตายักษ์ผู้มอมแมม~”
“หนอย!! กล้าดีนะ อย่าให้ถึงพรุ่งนี้ รับรอง...”
หลังจากทั้งสองเข้าไปและเสียงเงียบไป เรย์มุถอนหายใจเบื่อหน่ายกับคนในอาณัติที่ไม่เคยลงรอยกันได้ ก่อนก้มมองลูกกลมสีดำลูบมันอย่างทะนุถนอม ตามเสียงที่ถูกเรียก
“ใช่ค่ะ...ดิฉันจะดูแลท่านจนกว่าจะถึงเวลาที่พวกเรา...เปลี่ยนเกนโซวเคียวให้กลายเป็นแดนแห่งความมืดมิด...ต่อให้มีอุปสรรคขวางท่าน...ดิฉันกับลูกน้องแสนซื่อสัตย์จะจัดการพวกมันให้หมดสิ้นอย่างแน่นอนค่ะ...ท่านโอโรจิ...”
----------------------------